หมวดหมู่: บำรุงสายตา

วิธีจัดการกับอาการ เมื่อยตา ตาล้า อย่างได้ผลด้วยตัวเอง

วิธีจัดการกับอาการ เมื่อยตา ตาล้า อย่างได้ผลด้วยตัวเอง

เมื่อเกิดอาการ เมื่อยตา โดยพื้นฐานแล้ว คุณควรหยุดพักจากกิจกรรมที่ทำอยู่ จากนั้นแนะนำให้ไปทำการล้างหน้า โดยการใช้มือรองน้ำแล้วกวัดใส่ใบหน้าบริเวณดวงตา หน้าผาก และคิ้วทั้งสองข้าง อย่างต่อเนื่องประมาณ 25 ครั้ง จากนั้น ใช้ผ้าขนหนูนุ่มซับน้ำออก การทำเช่นนั้น จะช่วยให้คุณรู้สึกได้เลยว่าดวงตาสบายขึ้น เบาขึ้น และอาการปวด เมื่อยตา บรรเทาน้อยลง นอกจากนี้ การรับประทานอาหาร และแร่ธาตุ ที่ดวงตาต้องการอย่างเหมาะสมเป็นประจำ ก็สามารถช่วยให้ดวงตาแข็งแรง ลดอาการ เมื่อยตา ให้น้อยลงได้อีกด้วย ซึ่งอาหารที่ช่วยในการบำรุงดวงตาอย่างได้ผล มีดังต่อไปนี้

rrr317

            1.วิตามินอี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม

            2.เบต้าแคโรทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 5000 IU

            3.สังกะสี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 25 มิลลิกรัม

            4.ซีแซนทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 ไมโครกรัม

            5.ซีลีเนียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 ไมโครกรัม

            6.ลูทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 10 มิลลิกรัม

            7.แคลเซียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 มิลลิกรัม

            8.วิตามินบี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2 มิลลิกรัม

zxc165

            9.กรดโฟลิก ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 800 ไมโครกรัม

            10.โอเมก้า 3 ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2000-3000 มิลลิกรัม

            11.Cysteine N-acetyl ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

            12.กรดอัลฟ่าไลโปอิค ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

            13.วิตามินซี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม

            แม้ว่าคุณจะปฎิบัติตัวตามวิธี แก้ไขปัญหา เมื่อยตา ที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น แต่โอกาสของผิวที่ถูกทำร้ายเสียหายจากปัจจัยอื่นๆ ก็อาจทำให้เกิดปัญหา ตาล้า ขึ้นได้อยู่ดี สำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี ที่มีประสิทธิภาพช่วยในการแก้ไข ลดเลือนปัญหา ตาล้า เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงทานวันละ 1 เม็ด ก็พอเพียงสำหรับความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ ให้ขาว นุ่มเนียน สดใส ลดรอยเหี่ยวย่น พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายให้แข็งแรง ขจัดปัญหา เมื่อยตา ลดโอกาสการเกิดโรคภัยต่างๆ อย่างพอเหมาะสำหรับหนึ่งวัน

 

 

มาดูกันว่า มีวิตามินอะไรบ้าง ที่ช่วย แก้ปวดตา อย่างได้ผล

มาดูกันว่า มีวิตามินอะไรบ้าง ที่ช่วย แก้ปวดตา อย่างได้ผล

อาการปวดตา เป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ กับคนในยุคปัจจุบัน ที่มักมีการใช้สายตากันค่อนข้างมาก จนทำให้ดวงตามีความเสื่อมโทรม สะสมปัญหาเอาไว้เป็นจำนวนมาก จนกรทั่งเกิดอาการปวดตาออกมาในที่สุด แต่ถ้าหากทราบวิธีการ แก้ปวดตา อย่างเหมาะสม ด้วยการทานอาหารเสริมวิตามินเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วย แก้ปวดตา ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เอาล่ะ.. เราไปดูกันดีกว่าว่า วิตามินอะไรกันบ้าง ที่ช่วย แก้ปวดตา ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

1.วิตามินเอ

ไม่เพียงแค่มีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้มีความแข็งแรง และสุขภาพผิวโดยรวมทั่วร่างกายแล้ว วิตามินเอ ยังเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยบำรุงรักษาประสาทตา ให้มีสุขภาพที่ดี มีการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาให้มีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น สำหรับวิตามินอ ที่สามารถหาได้จากธรรมชาติ ได้แก่ แครอท มันฝรั่งหาน และผักโขม เป็นต้น

rrr339

2.วิตามินบี 1

จากการศึกษาพบว่า วิตามินบี 1 ช่วยในการบำรุงดวงตาได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดต้อกระจกให้น้อยลงเป็นอย่างมากอีกด้วย

3.วิตามินบี 2

ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในดวงตา ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดในลูกตาขึ้น หรือถ้าพูดในอีกแง่หนึ่งคือ มันสามารถช่วย แก้ปวดตา ได้เป็นอย่างดี

4.วิตามินบี 3

ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ และลดโอกาสในการเกิดต้อกระจกให้น้อยลง

asd98

5.กรดโฟลิค

ช่วยลดโอกาสเกิดความเสื่อมของเส้นประสาทดวงตาให้น้อยลง

6.วิตามินดี

เป็นวิตามินที่จะได้รับมาก็ต่อเมื่อร่างกายเกิดการสัมผัสกับแสงแดดเท่านั้น นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาทั่วโลก ยังเชื่อว่า วิตามินดี มีส่วนเกี่ยวพันอย่างมาก ในการช่วยดูแล บำรุง ป้องกัน ไม่ให้เกิดโรคทางสายตาอีกมากมายหลายชนิดเลยทีเดียว

7.วิตามินซี

เป็นหนึ่งในวิตามินสารพัดประโยชน์ ที่ช่วยดูสุขภาพของตัวคุณทั่วทั้งร่างกาย โดยเฉพาะดวงตา วิตามินซีช่วยในการป้องกันการเกิดต้อกระจก อีกทั้งยังมีความเกี่ยวพันอย่างมากในการสร้างคอลลาเจล ซึ่งเป็นโปรรตีนที่มีความสำคัญในการก่อตัวของโครงสร้างอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในตาขาว การทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวันในปริมาณที่เหมาะสม จึงสามารถ่วยบำรุง แก้ไข สภาวะ แก้ปวดตา ได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย แก้ปวดตา ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

 

ใครว่าผัก ช่วลดปัญหา ตาฝ้า ไม่ได้?

ใครว่าผัก ช่วลดปัญหา ตาฝ้า ไม่ได้?

ตาฝ้า เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นมาพร้อมกับอายุ ที่หลายคนมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่จริงๆแล้ว การทานผัก ที่มีสารอาหารเหมาะสม ที่อุดมไปด้วยแน่ธาตุ และวิตามินต่างๆ ก็สามารถช่วยจัดการกับปัญหา ตาฝ้า ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ส่วนผักที่ช่วยจัดการกับอาการ ตาฝ้า มีอะไรกันบ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้ กันได้เลยครับ

1.บร็อกโคลี่ เป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด และยังช่วยบำรุงดวงตา ให้สามารถมองเห็นภาพโดยรวมไดเอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสารสำคัญอย่างซีแซนทีน ที่ช่วยป้องกันอาการโรคจอรับภาพเสื่อมสภาพให้น้อยลงอีกด้วย

2.ผักบุ้งแดง เป็นหนึ่งในเคล็ดลับในการแก้ปัญหา ตาฝ้า ตามัว ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยก่อน ผักบุ้งแดง อุดมไปก้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี อีกด้วย นอกจากนี้ ผักบุ้งแดง ยังช่วยในการบำรุง บรรเทา อาการสายตาสั้นได้อีกด้วย

rrr92

3.ทันเทศ อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ที่มีความสำคัญอย่างมากในการบำรุงดวงตา และยังมีเบต้าคโรทีน อยู่ในระดับที่สูง ซึ่งช่วยในการบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี

4.แครอท อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน และสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีปริมาณสูงมาก ซึ่งช่วยในการลดความเสี่ยงในการเกิดความเสื่อมสภาพของดวงตา รวมไปถึงอาการ ตาฝ้า ตามว ได้เป็นอย่างดี

5.มะเขือเทศ อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นอย่างมากในการบำรุงสายตาได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังดีต่อการบำรุงผิวพรรณอีกด้วย

6.ตำลึง เป็นหนึ่งในผักที่มีวิตามินค่อนข้างสูง โดยเฉพาะวิตามินเอ ที่เป็นที่ทราบกันดีว่ามีสรรพคุณสุดยอดเยี่ยมในการบำรุงสายตา

rrr216

          7.ฟักทอง อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังช่วยในการบำรุงสุขภาร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และบำรุงดวงตา ให้ห่างไกลจาก ตาฝ้า ตามัว ได้เป็นอย่างดี อีกด้วย

ด้วยสภาพของสังคมที่เต็มไปด้วยมลภาวะในปัจจุบัน ทำให้ผิวพรรณ สุขภาพดวงตา  ค่อยๆถูกทำลายลงไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว จนเกิดปัญหา ตาฝ้า แต่ ณ ปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ และความรู้ต่างๆ ทำให้คุณสามารถที่จะป้องกัน และบำรุงฟื้นฟูสุขภาพของผิวพรรณที่ถูกทำร้ายจนหมองคล้ำ ให้กลับมามีสุขภาพที่ดีได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยเพียงแค่การทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง

สำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์สำหรับใครที่กำลังมองผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี ที่ช่วยในเรื่อง…… ผู้เขียนขอแนะนำผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง ที่มีประสิทธิภาพน่าสนใจ นั่นก็คือ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงทานวันละ 1 เม็ด ก็พอเพียงสำหรับความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ ให้ขาว นุ่มเนียน สดใส ลดรอยเหี่ยวย่น พร้อมเสริม

อาหารเสริมสายตา อะไรบ้าง ที่ควรทานเป็นประจำ

อาหารเสริมสายตา อะไรบ้าง ที่ควรทานเป็นประจำ

สวัสดีครับ คุณผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพ และความงาม ที่ทาง ครอบครัว Ovolva.com ได้ไปทำการศึกษารวบรวมสารพัดเคล็ดลับดีๆ ที่จะสามารถช่วยอัพเกรดชีวิตของคุณผู้อ่านให้ดีมากยิ่งขึ้น สำหรับเรื่องราวน่ารู้ในวันนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยว อาการผิดปกติทางสายตา ไม่ว่าจะเป็นเห็นภาพเบลอ สายตาสั้น มองไม่ค่อยเห็นในที่มืด เป็นต้น ที่คุณผู้อ่านหลายๆคน เคยคิดว่ามันเกิดจากอายุ หรือการใช้สายตาที่มากจนเกินไป แต่ที่จริงแล้ว โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการเหล่านี้ มักที่จะเกิดขึ้นจากการขาด แร่ธาตุ อาหารเสริมสายตา อย่างเหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ถ้าหากคุณผู้อ่านอยากให้สายตากลับมาดีดังเดิมละก็ การทาน อาหารเสริมสายตา อย่างเหมาะสม นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับ อาหารเสริมสายตา ที่น่าสนใจ หาทานได้ง่ายใกล้ตัว มีดังต่อไปนี้ครับ

1.แครอท

เป็นหนึ่งในอาหารบำรุงสายตาที่ดี เพราะมีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม นอกจากนี้มันก็ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด มีผลปฏิกิริยาเคมีของดวงตาต่อแสง นอกจากจากนี้ยังช่วยให้มีผิวพรรณดี สร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆอีกด้วย

rrr171

      2.ฟักทอง

เป็นอาหารที่มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่าที่ตายไปแล้ว มีสารลูทีนป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินา มีวิตามินเอ บำรุงสายตา มีเบตาแคโรทีนซึ่งมีสาร Antioxidant สูงจึงช่วยต้านมะเร็งอีกด้วย

3.ผักบุ้ง

เหมาะสำหรับคนสายตาสั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยในการมองเห็นให้ชัดเจนขึ้น ไม่ทำให้ปวดตา แสบตา เนื่องจากมีทั้งวิตามินเอและวิตามินซี รวมถึงเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือดอีกด้วย

4.ตำลึง

เป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ มีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นอาหารบำรุงสายตาชั้นดี มีเบต้าแคโรทีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ด้วยแสง ป้องกันการเกิดต้อกระจก

นอกจากผักผลไม้บำรุงสายตาแล้ว วิตามินบำรุงสายตาที่ดีที่สุด ซึ่งเป็น อาหารเสริมสายตา สั้นที่ดีเยี่ยมนั่นก็คือ “ลูทีน” (Lutein) เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์สีเหลืองซึ่งมีส่วนอย่างมากในการต่อต้านสารต้านอนุมูลอิสระ โมเลกุลของลูทีนพบในปริมาณสูงในจุดของดวงตา โดยเฉพาะพื้นที่ของเรตินาที่เกี่ยวกับการรับภาพ ซึ่งจะช่วยในการดูดซับแสงสีน้ำเงินในแถบสีการมองเห็นและช่วยปกป้องการทำลายของคลื่นสั้นที่มีต่อเยื่อบุผิวเรตินา จากการศึกษา พบว่า ระดับลูทีน 2.0 – 6.9 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดด่างในดวงตาได้ สารลูทีนจะช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระในการป้องกันเยื่อแก้วตา (retina)

rrr173

ฉะนั้น ลูทีน (Lutein) จึงเป็นอาหารเสริมสายตาสั้นที่ช่วยให้ดวงตาแข็งแรง ป้องกันประสาทตาเสื่อม เสริมสร้างการมองเห็นโดยช่วยป้องกันการเสื่อมของ Macular ที่จุดเล็กๆตรงกลางของที่รับแสงในตา (Retina) อันเป็นส่วนสาคัญของ Main pigment (สี) ในฉากรับแสงของตา ป้องกันไม่ให้แสงอาทิตย์ทำลายเรตินา ป้องกันโรคจุดรับภาพเสื่อม หรือจอประสาทตาเสื่อม AMD (Age – Related Macular Degeneration) ช่วยป้องกันและลดอาการของโรคต้อกระจก (Cataracts) ต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ทำลายเซลล์ตา ทำให้เซลล์แข็งแรง ช่วยชะลอความเสื่อมของตา และเพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นได้ดีในที่มืดได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แหล่งอาหารตามธรรมชาติที่พบลูทีนมาก ได้แก่ ดอกดาวเรือง โกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) และยังพบในกะหล่ำ ผักโขม ถั่วลันเตา ผักกาด ต้นอ่อนกะหล่ำดาว ถั่วพิสตาชิโอ บรอกโคลี ข้าวโพด ไข่ และแครอท แต่นิยมนำมาทำเป็น อาหารเสริมสายตา สั้นมากกว่า แต่ถ้าหากคุณผู้อ่านคิดว่าตัวเองค่อนข้างยุ่ง จนไม่ค่อยมีเวลาในการไปหาอาหาร ที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ และวิตามินในการบำรุงสายตาเหล่านี้ละก็ ขอแนะนำว่าการทานอาหารเสริม ที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ ที่ได้แนะนำมาเหล่านี้ ก็นับว่าเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวเช่นกันครับ

วิธีการบรรเทาอาการ ตาล้า เฉียบพลันอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง

วิธีการบรรเทาอาการ ตาล้า เฉียบพลันอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง

สำหรับคนที่ใช้สายตามากๆ หลายๆคนอาจจะคุ้นชินกับอาการ “ตาล้า” ที่มักเกิดขึ้นจากความเหนื่อยล้า แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถดูแลดวงตาของตัวเอง ให้ปราศจากความเหนื่อยล้าได้อย่างหมดจด ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยป้องกัน ไม่ให้สายตาของคุณผู้อ่านเหนื่อยล้าจนเกินไป ครอบครัว Ovolva.com ได้ทำการรวบรวมเรื่องราวเชิงลึก ทั้งในเรื่องสาเหตุของการเกิดปัญหา ตาล้า รวมไปถึงคล็ดลับแสนนง่ายดาย ในการบรรเทา ป้องกันอาการ ตาล้า อย่างได้ผล มาฝากอย่างครบถ้วน ภายในบทความชิ้นนี้กันครับ

ตาล้า เกิดขึ้นจากสาเหตุใดบ้าง?

            “ต้าล้า” เป็นสภาวะที่เกิดขึ้น จากกระบวนการทำงานของดวงตา ที่มองภาพใกล้ตัวเป็นระยะเวลานานๆ จนทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเกิดการทำงานอย่างต่อเนื่องจนเหนื่อย เกิดการเกร็งตัวอย่างต่อเนื่อง และยาวนานมากยิ่งขึ้น กระทั่งทำให้เกิดเป็นอาการ ตาล้า ขึ้นในที่สุด และอาจจะนำไปสู่การเกิดอาการตาแห้งในอนาคต ซึ่งคนที่มักเสี่ยงจะเกิดอาการ ตาล้า มากที่สุด คือ กลุ่มคนที่มีการงานเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่เป็นระยะเวลายาวนานตลอดทั้งวัน หรือคนที่ใช้สาตาเพ่งเพื่อเขียน – อ่านหนังสือ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ โดยสัญญานที่แสดงให้เห็นว่า ตาล้า แล้ว คือ การทองเห็นภาพซ้อน และอาการปวดศรีษะ

rrr121

พื้นฐานในการจัดการกับปัญหา ต้าล้า อย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง

            สำหรับพื้นฐานที่สุดในการจัดการกับปัญหา ตาล้า คือ การหยุดพักสายตา ในขณะที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะ ทุก 10-15 นาที แล้วลุกเดินเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เพื่อไม่ให้สายตา จกจ้อติดอยู่กับภาพหน้าจอจนเกินไปนัก นอกจากนี้ คุณควรที่จเสริมวิตามิน และแร่ธาตุ ต่างๆ ที่ร่างกายต้องการเพื่อนำไปใช้ช่วยในการบำรุงด้วงตา เมื่อดวงตามีความแข็งแรงมากขึ้น อาการ ตาล้า ตาพร้า ก็จะลน้อยลงตามไปด้วยนั่นเอง ซึ่งวิตามินที่ขอแนะนำให้รับประทานเสริม เพื่อให้สุขภาพดวงตาของคุณแรง สมบูรณ์มากที่สุดนั้น มีดังต่อไปนี้

            1.วิตามินอี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม

            2.เบต้าแคโรทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 5000 IU

            3.สังกะสี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 25 มิลลิกรัม

            4.ซีแซนทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 ไมโครกรัม

            5.ซีลีเนียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 ไมโครกรัม

            6.ลูทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 10 มิลลิกรัม

            7.แคลเซียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 มิลลิกรัม

            8.วิตามินบี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2 มิลลิกรัม

            9.กรดโฟลิก ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 800 ไมโครกรัม

            10.โอเมก้า 3 ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2000-3000 มิลลิกรัม

            11.Cysteine N-acetyl ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

            12.กรดอัลฟ่าไลโปอิค ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

            13.วิตามินซี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม

rrr123

            สำหรับวิตามิน และแร่ธาตุ ที่มีคุณสมบัติ ช่วยบรรเทา แก้ไข และบำรุงสุขภาพของดวงตา ให้ห่างไกลจากปัญหา ตาล้า มากยิ่งขึ้นเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สามารถหาได้ง่ายๆ จากการทานอาหาร พืช ผัก ผลไม้ อย่างเหมาะสมอยู่เป็นประจำ แต่คนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการไปหาซื้ออาหารทีอุดมไปด้วยวิตามินที่เหมาะสมเหล่านี้ได้นั้น ขอแนะนำให้ลองเลือกทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีส่วนประกอบของวิตามินเหล่านี้อย่างพอเหมาะ รับรองว่าก็จะได้ผลลัพธ์การดูแลสุขภาพดวงตาที่ดี ได้ไม่แพ้กันเลยทีเดียว

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ป้องกัน และบรรเทาอาการ ตาล้า ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

อาหารบำรุงสายตา ไม่อยาก ตาแห้ง ทานซะ

อาหารบำรุงสายตา ไม่อยาก ตาแห้ง ทานซะ

สายตา เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างรู้ดีว่า เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่หลายๆ คนอาจยังไม่ทราบวิธีการบำรุงสายตาอย่างเหมาะสม ซึ่งที่จริงแล้ว ถ้าไม่อยาก ตาแห้ง หรือเกิดปัญหาผิดปกติใดๆ กับดวงตานั้น ควรทำการรับประทานอาหารบางประเภทอย่างเหมาะสม ด้วยอาหารบำรุงสายตา ที่ครอบครัว Ovolva.com ได้ทำการรวบรวมเอามาฝากในบทความชิ้นนี้ ส่วนอาหารป้องกัน ตาแห้ง บำรุงสายตา เหล่านั้นจะมีอะไรกันบ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันได้เลยครับ

ตาแห้ง มีอาการอย่างไร?

ตาแห้ง เมื่ออาการปรากฏขึ้นมา  ที่มักจะทำให้รู้สึกใดเคืองตา ต้องกระพริบตาถี่ๆ เหมือนกับมีผงเข้าตาอยู่ตลอดเวลา แถมบางครั้งยังอาจจะรุนแรงถึงขนาดทำให้มองเห็นภาพไม่ชัดเจนอีกด้วย

rrr91

อาหารอะไรบ้าง ที่ช่วยบำรุงดวงตา ให้ปราศจากปัญหาตาแห้ง

สำหรับอาหาร ตาแห้ง นั้น คุณสามารถที่จะทำการบำรุงได้ โดยการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมครับ โดยอาหารยอดนิยม ที่มักทานกัน เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ที่นับว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดนั้น ได้แก่

1.กล้วย อุดมด้วยพแทสเซียมอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อทำงานร่วมกับโซดียม ก็จะช่วยในการรักษาภาวะสมดุบของน้ำในร่างกาย และช่วยบำรุงให้ดวงตามีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ

2.ถั่ว รวมไปถึงเหล่าวอลนัท มีกรดไขมันโอเมก้า -3 อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสำคัญอย่างมากต่อส่วนประกอบของน้ำในดวงตา

3.ปลาทะเลน้ำลึก อาทิเช่น ปลาทู ปลาแซลมอน เป็นต้น ปลาเหล่านี้เอง ก็มีปริมาณของกรดไขมันโอเมก้า-3 อยู่เป็นจำนวนมาก

นอกจากอาหารที่ช่วยบำรุงดวงตาให้ห่างไกลจากอาการ ตาแห้ง เหล่านี้แล้ว คุณยังควรเสริมวิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ เพื่อนำไปใช้ในการบำรุงดวงตาให้แข็งแรง ซึ่งแร่ธาตุ และวิตามินเหล่านั้น ได้แก่

1.วิตามินอี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม

2.เบต้าแคโรทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 5000 IU

3.สังกะสี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 25 มิลลิกรัม

4.ซีแซนทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 ไมโครกรัม

5.ซีลีเนียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 ไมโครกรัม

rrr93

6.ลูทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 10 มิลลิกรัม

7.แคลเซียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 มิลลิกรัม

8.วิตามินบี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2 มิลลิกรัม

9.กรดโฟลิก ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 800 ไมโครกรัม

10.โอเมก้า 3 ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2000-3000 มิลลิกรัม

11.Cysteine N-acetyl ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

12.กรดอัลฟ่าไลโปอิค ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

13.วิตามินซี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย แก้ไข ป้องกันปัญหา ตาแห้ง ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

อาหารบำรุงสายตา ที่น่าสนใจ ในปัจจุบัน มีอะไรกันบ้าง

อาหารบำรุงสายตา ที่น่าสนใจ ในปัจจุบัน มีอะไรกันบ้าง

“สายตา” เป็นสิ่งที่คนเราควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะถ้าหากดวงตามองเห็นได้ไม่ชัดเจน หรือในกรณีที่เลวร้ายมากที่สุดคือ ดับสนิทลง จนมองอะไรไม่เห็นล่ะก็ ชีวิตของคนๆนั้น ก็เหมือนกับได้ดับสนิทตามไปด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการป้องกันสายตาเอาไว้ ให้มีสุขภาพที่ดีเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ในวันนี้ ครอบครัว Ovolva.com จึงได้ทำการรวบรวมบรรดาเหล่า อาหารบำรุงสายตา สุดยอดเยี่ยม ที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์แล้วว่า ช่วยในการบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี มาให้คุณผู้อ่านได้เลือกรับประทาน ตามความเหมาะสม และความชอบของตัวเองครับ

อาหารบำรุงสายตา ที่น่าสนใจในปัจจุบัน มีอะไรกันบ้าง?

ผลวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า การทาน อาหารบำรุงสายตา ที่มีส่วนประกอบของวิตามิน C วิตามิน E เบต้าแคโรทีน ธาตุสังกะสี และธาตุทองแดง มีประโยชน์ในการชะลอการเสื่อมมากขึ้นของผู้ป่วยที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม ตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป (Moderate Age-Related Macular Degeneration) ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่สารอาหารดังกล่าว จะเป็นวิธีการบำรุงสายตา หรือบางคนอาจเข้าร้านซื้ออาหารเสริมมารับประทานก็ได้ เพราะจากการวิจัยของแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศ พบว่าการรับประทานอาหารเสริมที่มีสารอาหารดังกล่าวมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาได้ แต่จะดีกว่าไหมถ้าเรารับประทานอาหารให้เหมาะสมโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมให้สิ้นเปลือง นั่นคือการรับประทานผักผลไม้ดังต่อไปนี

rrr76

1.ผักบุ้ง : ช่วยบำรุงสายตา ไม่ทำให้ปวดตา สายตาสั้น แสบตา ผักบุ้งมีทั้งวิตามิน  A และวิตามิน C รวมถึงเบต้าแคโรทีน เป็นวิตามินที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วย นอกจากนี้ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด การรับประทานผักบุ้ง หากผัดควรใส่น้ำมันให้น้อย แต่ถ้าลวดจะดีกว่าเพราะไม่มีน้ำมันที่ทำให้อ้วน หากรับประทานดิบก็ยิ่งมีประโยชน์มาก

  1. แครอท : แครอทมีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม นอกจากนี้มันก็ยังมีไวตามินและแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด เบต้าแครอทีนก็คือ ไวตามินเอ ซึ่งช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา เพราะมีผลต่อปฏิกิริยาเคมีของดวงตาต่อแสง ไวตามินเอยังช่วยให้มีผิวที่ดีอีกด้วย และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆได้ดี

3.ฝักทอง : มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่าที่ตายไปแล้ว มีสารลูทีนป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินา มีวิตามินเอ

บำรุงสายตา มีเบตาแคโรทีนซึ่งมีสาร Antioxidant สูงจึงช่วยต้านมะเร็งอีกด้วย

4.มะม่วงสุก : เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร ซึ่งช่วยบำรุงสายตา บำรุงเหงือกและฟัน ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ลดสิวและริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างดี ที่สำคัญมีรถชาติหอมหวาน อร่อย เป็นที่ติดใจของใครหลายคน

rrr75

5.ตำลึง : เป็น อาหารบำรุงสายตา ประเภทผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ มีคุณค่าทางอาหารสูง ตำลึงเป็นพืชที่มีเบต้าแคโรทีนที่ดีที่สุด ซึ่งเบต้าแคโรทีนเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ด้วยแสง ป้องกันการเกิดต้อ เป็นสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ จัดเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด ดังนั้น ที่กล่าวกันว่า “ตำลึงบำรุงสายตา” ก็เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ที่สำคัญเบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านออกซิเดชัน ลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย ยับยั้งการทำลายของออกซิเจนเดี่ยวและอนุมูลอิสระ ทั้งยังสามารถลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

อาหารบำรุงสายตา เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นพืช ผัก และผลไม้ ที่สามารถหาซ้อได้ง่ายใกล้ตัว อีกทั้งยังมีราคาแสนถูกจนน่าเหลือเชื่อ เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับในฐานะของ อาหารบำรุงสายตา อีกด้วย ถ้าหากคุณผู้อ่านอยากที่จะบำรุง ให้ดวงตา มีสุขภาพที่ดีละก็ อย่าลืมทาน อาหารบำรุงสายตา เหล่านี้เป็นประจำ เพียงเท่านี้ ดวงตาของคุณก็จะแข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ