หมวดหมู่: สารอาหารและวิตามิน

เจาะลึก โรคหอบหืด รักษา ดูแล ตัวเองอย่างไร ให้หายดี

เจาะลึก โรคหอบหืด รักษา ดูแล ตัวเองอย่างไร ให้หายดี

ใครเคยได้ยินชื่อของ โรคหอบหืด ยกมือขึ้น … !?

ถ้าหากเปิดตัวบทความด้วยคำถามเช่นนนี้ เชื่อว่าคนทั่วไปคงจะพากันยกมือกันอย่างมากมายเลยทีเดียว แต่ถ้าหากผู้เขียน เปลี่ยนประโยคคำถาม กลายเป็น

ใครรู้ข้อมูลเชิงลึก และวิธีการดูแล รักษาตัวเอง ให้ปลอดภัยจาก โรคหอบหืด กันบ้าง .. !?

rrr160

เชื่อว่าคราวนี้ จำนวนของคนที่เคยยกมือเอาไว้คงจะลดน้อยหายไปอย่างมากมายเลยทีเดียว เพราะถึงแม้ว่า โรคหอบหืด จะเป็นภัยใกล้ตัวของคนไทยในปัจจุบันเป็นอย่างมาก แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้วิธีการรับมืออย่างถูกต้องเหมาะสม อย่างน่าเสียดาย ในวันนี้ ผู้เขียนอยากขอพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปทราบเกี่ยวกับขั้นตอนที่น่าสนใจ ในการจักการกับปัญหานี้กันครับ

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหอบหืดขึ้น

โรคหอบหืด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัยแต่โดยหลักๆแล้ว มักจะเกิดขึ้นจากสาตุ ดังต่อไปนี้

1.สารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ แมลงสาป เป็นต้น

2.สิ่งระคายเคืองที่มาพร้อมกับอากาศ เช่น ควันมลพิษทางอากาศ ควันสารเคมี และกลิ่นเหม็นที่รุนแรง

3.ยาแอสไพริน และ Acetaminophen

4.สภาพอากาศที่รุนแรง

5.การออกกำลังกาย

6.ความเครียด

นอกจากนี้ ปัญหาด้านสุขภาพหลายอย่าง ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการของ โรคหอบหืด ขึ้น อาทิเช่น โรคภูมิแพ้ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ช่าทุกคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ แล้วจะเกิดอาการของโรคหอบหืดตามมา บางปัญหาสุขภาพที่เรื้อรัง ก็สามารถทำอาการของ โรคหอบหืด ปรากฏตัวชัดเจนมากยิ่งขึ้น หรือทำให้อาการแย่ลง อาทิเช่น โรคอ้วน โรคหยุดหายใจขณะหลับ ความเครียด สภาวะซึมเศร้า โรคกรดไหลย้อน เป็นต้น

rrr103

ดูแล ป้องกัน และบรรเทาอาการอย่างไรให้หายดี

ในส่วนของการบรรเทา และรักษา โรคหอบหืด นั้น วิธีที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ที่จะนำไปสู่อาการของ โรคหอบหืด ดังนั้น อันดับแรก คุณควรเข้ารับการตรวจสอบเสียก่อนว่า ตัวเองนั้นแพ้สารอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้สามารถวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่ไร้ความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที นอกจกานี้ ยังควรกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดโอกาสในการเกิด โรคหอบหืด ให้น้อยลง สำหรับวิธีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันนั้นก็ไม่ยาก เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโญชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานวิตามินเสริม ที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ยอดเยี่ยม อย่างเช่น วิตามินซี เป็นต้น

สำหรับใครที่กำลังมองผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี ที่ช่วยในการเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็ง บรรเทาอาการ และลดโอกาสเกิด โรคหอบหืด ให้น้อยลง เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง ที่มีประสิทธิภาพน่าสนใจ นั่นก็คือ  Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงทานวันละ 1 เม็ด ก็พอเพียงสำหรับความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ ให้ขาว นุ่มเนียน สดใส ลดรอยเหี่ยวย่น พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดโรคภัยต่างๆ อย่างพอเหมาะสำหรับหนึ่งวัน

รักษาภูมิแพ้ ด้วยวิตามินซี

รักษาภูมิแพ้ ด้วยวิตามินซี

เพียงแค่ฟังหัวข้อ เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆคน คงจะเริ่มสงสัยกันแล้วว่า เอ… วิตามินซี ที่เป็นสารอาหารที่สุดแสนจะพื้นฐานแบบสุดๆ มีคุณสมบัติที่น่าสนใจในการ รักษาภูมิแพ้ ได้จริงๆ น่ะหรือ? ถ้าหากคุณผู้อ่านกำลังมีคำถามนี้เกิดขึ้นภายในใจอยู่ล่ะก็ บทความชิ้นนี้ ก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูล คำตอบที่น่าสนใจว่าวิตามินซีนั้น มีสรรพคุณสุดเลิศ ในการ รักษาภูมิแพ้ จริงเท็จเพียงใด มาไว้ในบทความชิ้นนี้กันแล้วครับ

วิตามินซี กับอาการภูมิแพ้

วิตามินซี จะมีคุณสมบัติ ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโดยรวมของร่างกายมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้น แข็งแรงขึ้น สามารถกำจัดเชื้อโรคแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายได้อย่างดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว สาเหตุที่ก่อให้เกิดอากาแพ้ขึ้น เป็นเพราะร่างกาย มีเชื้อโรค และสารต่างๆ ที่แปลกปลอมเข้าไปสะสมอยู่ภายในร่างกาย ดังนั้น การ รักษาภูมิแพ้ ที่ดีที่สุด คือ การเสริมระดับความแข็งแกร่งของภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สิ่งแปลกปลอมภายในร่างกายเหล่านั้น ถูกทำลายให้หมดสิ้นไป จึงเป็นการช่วยลดอาการภูมิแพ้ให้น้อยลงได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

rrr156

หลังจากที่ทำการทานวิตามินซีเสริมเพื่อช่วยในการป้องกัน แล รักษาภูมิแพ้ ในปริมาณอย่างน้อย 1000 มิลลิกรัมขึ้นไป เป็นประจำทุกวันนั้น คนส่วนใหญ่พบว่า อาการหวัด มีน้ำมูก อาการจามในตอนเช้า ลดอาการคัดจมูก และอาการภูมิแพ้โดยรวม ลดน้อยลงมากกว่าเดิม อีกทั้ง วิตามินซี ยังเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายจากอาหารทั่วๆไป หรืออาจจะทำการทานวิตามินซี ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ในราคาที่เรียกได้ว่าแสนถูกก็ได้เช่นกัน

ด้วยเหตุผลที่น่าสนใจเหล่านี้ ที่ทำให้วิตามินซี มักนิยมถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์ เพื่อช่วยในการ รักษาภูมิแพ้ กันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่คนเป็นภูมิแพ้ทั่วโลกจะต่างทำการพกพาอาหารเสริมวิตามินซีสำเร็จรูป เดินทางไปไหน มาไหนด้วยกันอยู่ตลอดเวลา ชนิดที่ว่าขาดกันไม่ได้เลยทีเดียวครับ

rrr153

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ห่างไกล รักษาภูมิแพ้ กวนใจ ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

 

วิธีการบรรเทาอาการ ตาล้า เฉียบพลันอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง

วิธีการบรรเทาอาการ ตาล้า เฉียบพลันอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง

สำหรับคนที่ใช้สายตามากๆ หลายๆคนอาจจะคุ้นชินกับอาการ “ตาล้า” ที่มักเกิดขึ้นจากความเหนื่อยล้า แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถดูแลดวงตาของตัวเอง ให้ปราศจากความเหนื่อยล้าได้อย่างหมดจด ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยป้องกัน ไม่ให้สายตาของคุณผู้อ่านเหนื่อยล้าจนเกินไป ครอบครัว Ovolva.com ได้ทำการรวบรวมเรื่องราวเชิงลึก ทั้งในเรื่องสาเหตุของการเกิดปัญหา ตาล้า รวมไปถึงคล็ดลับแสนนง่ายดาย ในการบรรเทา ป้องกันอาการ ตาล้า อย่างได้ผล มาฝากอย่างครบถ้วน ภายในบทความชิ้นนี้กันครับ

ตาล้า เกิดขึ้นจากสาเหตุใดบ้าง?

            “ต้าล้า” เป็นสภาวะที่เกิดขึ้น จากกระบวนการทำงานของดวงตา ที่มองภาพใกล้ตัวเป็นระยะเวลานานๆ จนทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเกิดการทำงานอย่างต่อเนื่องจนเหนื่อย เกิดการเกร็งตัวอย่างต่อเนื่อง และยาวนานมากยิ่งขึ้น กระทั่งทำให้เกิดเป็นอาการ ตาล้า ขึ้นในที่สุด และอาจจะนำไปสู่การเกิดอาการตาแห้งในอนาคต ซึ่งคนที่มักเสี่ยงจะเกิดอาการ ตาล้า มากที่สุด คือ กลุ่มคนที่มีการงานเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่เป็นระยะเวลายาวนานตลอดทั้งวัน หรือคนที่ใช้สาตาเพ่งเพื่อเขียน – อ่านหนังสือ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ โดยสัญญานที่แสดงให้เห็นว่า ตาล้า แล้ว คือ การทองเห็นภาพซ้อน และอาการปวดศรีษะ

rrr121

พื้นฐานในการจัดการกับปัญหา ต้าล้า อย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง

            สำหรับพื้นฐานที่สุดในการจัดการกับปัญหา ตาล้า คือ การหยุดพักสายตา ในขณะที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะ ทุก 10-15 นาที แล้วลุกเดินเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เพื่อไม่ให้สายตา จกจ้อติดอยู่กับภาพหน้าจอจนเกินไปนัก นอกจากนี้ คุณควรที่จเสริมวิตามิน และแร่ธาตุ ต่างๆ ที่ร่างกายต้องการเพื่อนำไปใช้ช่วยในการบำรุงด้วงตา เมื่อดวงตามีความแข็งแรงมากขึ้น อาการ ตาล้า ตาพร้า ก็จะลน้อยลงตามไปด้วยนั่นเอง ซึ่งวิตามินที่ขอแนะนำให้รับประทานเสริม เพื่อให้สุขภาพดวงตาของคุณแรง สมบูรณ์มากที่สุดนั้น มีดังต่อไปนี้

            1.วิตามินอี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม

            2.เบต้าแคโรทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 5000 IU

            3.สังกะสี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 25 มิลลิกรัม

            4.ซีแซนทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 ไมโครกรัม

            5.ซีลีเนียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 ไมโครกรัม

            6.ลูทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 10 มิลลิกรัม

            7.แคลเซียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 มิลลิกรัม

            8.วิตามินบี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2 มิลลิกรัม

            9.กรดโฟลิก ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 800 ไมโครกรัม

            10.โอเมก้า 3 ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2000-3000 มิลลิกรัม

            11.Cysteine N-acetyl ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

            12.กรดอัลฟ่าไลโปอิค ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

            13.วิตามินซี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม

rrr123

            สำหรับวิตามิน และแร่ธาตุ ที่มีคุณสมบัติ ช่วยบรรเทา แก้ไข และบำรุงสุขภาพของดวงตา ให้ห่างไกลจากปัญหา ตาล้า มากยิ่งขึ้นเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สามารถหาได้ง่ายๆ จากการทานอาหาร พืช ผัก ผลไม้ อย่างเหมาะสมอยู่เป็นประจำ แต่คนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการไปหาซื้ออาหารทีอุดมไปด้วยวิตามินที่เหมาะสมเหล่านี้ได้นั้น ขอแนะนำให้ลองเลือกทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีส่วนประกอบของวิตามินเหล่านี้อย่างพอเหมาะ รับรองว่าก็จะได้ผลลัพธ์การดูแลสุขภาพดวงตาที่ดี ได้ไม่แพ้กันเลยทีเดียว

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ป้องกัน และบรรเทาอาการ ตาล้า ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

แนะนำเหล่า วิตามินขาว สำหรับคนอยากผิวใสโดยเฉพาะ

แนะนำเหล่า วิตามินขาว สำหรับคนอยากผิวใสโดยเฉพาะ

เป็นที่ทราบกันดีว่า ผิวพรรณที่สดใส ขาว เรียบเนียน และแข็งแรงนั้น หนึ่งในวิธีที่ได้ผลมากที่สุด คือ การทาน วิตามินขาว ที่ร่างกายต้องการนำไปบำรุงผิวพรรณในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำทุกวัน ซึ่งเหล่า วิตามินขาว นี้ ก็มีอยู่มากมายหลายชนิดเลยทีเดียว ซึ่งในวันนี้ ครอบครัว Ovolva.com ได้ทำการรวบรวมเหล่า วิตามินขาว ที่น่าสนใจ และขอเน้นว่า ควรทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวเนียนมากยิ่งกว่าที่เคย ส่วนเจ้า วิตามินขาว จะมีอะไรกันบ้างนั้น เราไปติดตามอ่านพร้อมๆกันได้เลยครับผม

1.วิตามิน B-Complex และเบต้าแคโรทีน

ผิวจะมีความไวต่อแสงมากขึ้นหากผิวไม่ได้รับสารอาหารบางชนิดอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะกับคนที่ผิวขาวจะมีความเสี่ยงมากที่สุดต่อการพัฒนาเกิดปฎิกริยาที่ผิดปกติกับแสงแดด จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ศูนย์การแพทย์ พบว่า การขาดไนอาซิน ซึ่งเป็นหนึ่งวิตามินบี มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผิวมีความไวแสงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้วิตามินอย่างเบต้าแคโรทีนยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปิองกันความเสียหายต่อผิว ซึ่ง วิตามินขาว เหล่านี้ คุณสามารถได้รับผ่านการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยผักสีเขียว และสีส้ม เป็นต้น

cv355

2.วิตามิน A และ E

เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยในการต่อต้านความเสียหายของผิวหนังตามธรรมชาติ จากการศึกษาพบว่าวิทยาศาสตร์สุขภาพมหาวิทยาลัยนอธเวสตัน พบว่าวิตามินอี ช่วยลดริ้วรอยและช่วยเพิ่มผิวทั้งองค์ประกอบที่สำคัญของการรักษาสภาพผิวหนังให้มีความเรียบเนียน นอกจากนี้ วิตามินอี ยังช่วยส่งเสริมการทำงานของวิตามินประเภทอื่นๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิตามินขาว ยังช่วยสนับสนุนโครงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของผิว และช่วยลดริ้วรอย การหดตัวของรูขุมขนกว้างให้กระชับเล็กลงอีกด้วย ซึ่งวิตามินเอ และวิตามินอี คุณสามารถที่จะได้รับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายๆ โดยการทานผักใบเขียวที่สดใหม่เป็นประจำทุกวัน

cv352

3.วิตามิน C และวิตามิน K

ผิวสามารถที่จะเกิดความหมองคล้ำ ริ้วรอย และความเสียหายจากดวงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังนี้ผิวยังสามารถเกิดรอยฟกช้ำได้ง่ายหากขาด วิตามินขาว บางชนิดที่ร่างกายต้องการ จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยอลาบาเบอร์มิงแฮม พบว่าการขาดวิตามิน C และวิตามิน K ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดขนาดเล็ก และวิตามินซี ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสารประกอบอื่นๆ ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในการบำรุงผิวขาวให้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งวิตามินทั้งสองประเภทนี้ สามารถได้รับได้จากการทานอาหารประเภทผักใบเขียว

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทาน วิตามินผิวขาว อย่าง วิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

 

 

 

เบต้ากลูแคน สารพิเศษสำหรับ แก้ภูมิแพ้ โดยเฉพาะ

เบต้ากลูแคน สารพิเศษสำหรับ แก้ภูมิแพ้ โดยเฉพาะ

ภูมิแพ้ เป็นหนึ่งในปัญหาความปกติของสุขภาพ ที่บั่นทอนสุขภาพ และการใช้ชีวิตของคนทั่วโลกไปอย่างน่าเสียดาย ในแต่ละปี มีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวเพราะอาการภูมิแพ้ทั่วโลกกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และ ผู้ที่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับ แก้ภูมิแพ้ มากถึง 40% ของประชากรโลก ทำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างพยายามค้นคว้ามวิจัย ศึกษาหาวิธีการรักษา และลดอาการ แก้ภูมิแพ้ ที่เบียดเบียนการใช้ชีวิตปกติที่มีประสิทิภาพดีที่สุด โดยเฉพาะการระบาดที่เกิดขึ้นมากในช่วงที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลงสูง

จากการค้นคว้าวิจัยทำให้พบว่าสารเบต้ากลูแคน เป็นหนึ่งในสารที่ช่วยลดอาการ แก้ภูมิแพ้ ให้น้อยลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเจ้าสารเบต้ากลูแคน ที่อยู่ในกลุ่มสารโพลีแซคคาไรด์ สามารถพบได้ในพืชผักสมุนไพร และธัญพืชบางชนิดตามธรรมชาติต่างๆ อาทิเช่น สาหร่าย, โสม, ชะเอมเทศ, ข้าวบาร์เลย์ แต่ที่สามารถพบสารเบต้ากลูแคนได้มากที่สุดคือ “เห็ด” บางชนิด โดยเฉพาะเห็ดที่มักถูกนิยมนำมาใช้ในทางการแพทย์

sd108

จากการศึกษาเบต้ากลูแคน ในประเทศญี่ปุ่นพบว่า เบต้ากลูแคน สามารถพบได้ในเห็ดทางการแพทย์หลายชนิด เช่น เห็ดไมตาเกะ ซึ่งเป็นเห็ดขนาดใหญ่ จนมักถูกเรียกว่า “ราชาแห่งเห็ด” มักพบบนไม้เนื้อแข็ง ในทวีปเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป ซึ่งได้รับความนิยมนำมาใช้เป็นยารักษาโรคในตำราแพทย์แผนจีนโบราณ และในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างนาวนาน ในฐานะตัวยาที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย ซึ่งนอกจากเห็ดไมตาเกะแล้ว ยังมีเห็ดสายพันธ์อื่นๆ ที่ได้รับความนิยมนำมาสกัดด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมของอาหารเสริมลดอาการแพ้ อาทิเช่น เห็ดยามาบูชิตาเกะ เห็ดชิตาเกะ เห็ดหลินจือ เห็ดกระดุม เห็ดนางรม เป็นต้น

sd107

เบต้ากลูแคน นอกจากช่วยในการลดอาการ แก้ภูมิแพ้ ให้น้อยลงแล้ว ยังเป็นสารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ช่วยสร้างความสมดุล ช่วยในการฟื้นตัวเม็ดเลือดต่างๆภายในไขกระดูก ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมัน และนำตาลในเส้นเลือด กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดฮอร์โมนความเครียดให้น้อยลง ลดอันตรายจากโลหะหนัก ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากในวิถีการบำบัดตามธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเห็ดจะได้รับการวิเคราะห์ว่ามีปริมาณของเบต้ากลูแคนอยุ่เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีเพียงไม่กี่สายพันธุ์เท่านั้นที่ได้รับการยืนยันในเรื่องนี้ ยังมีเห็ดอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการค้นคว้าวิจัย ดังนั้นจึงควรเลือกรับประทานเห็ดเพื่อให้ได้รับสารเบต้ากลูแคนที่เหมาะสม และถ้าหากต้องการที่จะได้รับสารเบต้ากลูแคนที่เข้มข้นจริงๆ การรับประทานผ่านการประกอบอาหารอาจจะไม่เพียงพอ จึงควรรับประทานเบต้ากลูแคนที่ผ่านกระบวนการสกัดที่ทันสมัย ซึ่งช่วยคงคุณค่าของเห็ดทางการแพทย์เอาไว้อย่างสมบูรณ์มากกว่า

ด้วยคุณสมบัติ ที่ช่วย แก้ภูมิแพ้ ของเบต้ากลูแคน นี้เอง จึงไม่น่าแปลกใจว่า สารตัวนี้ จะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การทานเบต้ากลูแคน ให้เหมาะสมที่ดีที่สุด คือ การรับประทานโดยการควบคุมปรึกษาจากแพทย์โดยตรง จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ

วิธีป้องกันไม่ให้ โรคภูมิแพ้ เกิดขึ้นกับตัวคุณ

วิธีป้องกันไม่ให้ โรคภูมิแพ้ เกิดขึ้นกับตัวคุณ

โรคภูมิแพ้ เป็นหนึ่งในอาการป่วยที่เรียกได้ว่าสุดแสนจะน่ารำคาญ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่อาการของ โรคภูมิแพ้ กำเริบขึ้นมา ทั้งอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือแม้แต่ปวดศีรษะก็จะพลอยเกิดขึ้นตามมาด้วย จนทำให้กิจวัตรประจำวันหลายๆอย่าง ต้องพลอยหยุดตามไปด้วย จนถึงขนาดที่หลายๆคนกังวล กลัวว่า โรคภูมิแพ้ จะเกิดขึ้นมาในช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของตัวเองกันเลยทีเดียว ถ้าหากคุณผู้อ่านไม่อยากให้ โรคภูมิแพ้ เกิดขึ้นกับตัวเองล่ะก็ ขอแนะนำให้ลองทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังต่อไปนี้ครับ

1.เริ่มต้นจากการสำรวจตัวเอง

เริ่มต้นจากสำรวจตัวเอง และเพื่อให้แน่ใจมากที่สุด ควรไปรับการตรวจอย่างละเอียดจากแพทย์ว่าตัวคุณนั้นเกิดอาการ โรคภูมิแพ้ จากสาเหตุใดกันแน่ เพราะคนเราแต่ละคนจะมีอาการแพ้สารแต่ละชนิดที่แตกต่างกันออกไป

cv528

2.หลีกเลี่ยงสารต่างๆ ที่ทำให้ตัวคุณเกิดอาการแพ้

เมื่อทราบแล้วว่าตัวเองเป็น โรคภูมิแพ้ จากสาเหตุใด คราวนี้คุณก็จะสามารถหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้แก่ร่างกายของตัวเองได้เป็นอย่าดีมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ที่ต้นเหตุเลยทีเดียว เช่น คนที่แพ้หญ้า ก็หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับหญ้า ส่วนคนที่แพ้แอลกฮออล์ ก็จะได้ปฎิเสธการรับแอลกฮอลล์เข้าสู่ร่างกาย เป็นต้น

3.หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ

ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 45 นาที เป็นอย่างน้อย เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยลด บรรเทา โรคภูมิแพ้ ให้น้อยลงได้เป็นอย่างดีมากกว่าการทานยาระงับอาการภูมิแพ้ ที่ให้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราว เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

cv527

4.รับประทานวิตามินเสริมช่วยคุณได้

โดยเฉพาะวิตามินซี ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มีความแข็งแรง สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการช่วยลด บรรเทา และป้องกันอาการของ โรคภูมิแพ้ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย จัดการกับปัญหา โรคภูมิแพ้ ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

 

 

เทคนิคการทานอาหาร บำรุง เลือดจาง อย่างเหมาะสม

เทคนิคการทานอาหาร บำรุง เลือดจาง อย่างเหมาะสม

อาการ เลือดจาง เป็นหนึ่งในอาการผิดปกติ ที่ทำให้ร่างกายของคนเรานั้นมีความอ่อนแอลงอย่างมาก จนถึงขนาดที่ว่า แม้จะไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงมาก อย่างการทำกิจวัตรทั่วไปในชีวิตประจำวัน อาการเลือดจาง ก็อาจที่จะปรากฏตัวขึ้นมา พร้อมกับสร้างความรู้สึกเหยื่อยล้า จนยากนักที่จะทำกิจกรรมเหล่านั้นได้อย่างประสบความสำเร็จ ดังนั้น การบำรุง บรรเทา และป้องกันอาการ เลือดจาง เอาไว้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมมากที่สุดครับ แต่ถ้าหากคุณผู้อ่านเป็นมือใหม่ถอดด้ามในเรื่องนี้ ครอบครัว Ovolva.com ก็ได้ทำการรวบรวมบรรดาเหล่าอาหารที่น่าสนใจ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยบำรุง เลือดจาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาฝากคุณผู้อ่านกันในบทความชิ้นนี้แล้วครับ

การเลือกอาหาร ที่สามารถช่วย บำรุง เลือดจาง ได้อย่างเหมาะสม

เลือดมีองค์ประกอบหลักคือโปรตีนและธาตุเหล็ก ดังนั้น การรับประทานอาหารเพื่อบำรุงเลือดจึงควรเน้นไปที่สารอาหารประเภทโปรตีนและอาหารเสริมธาตุ โดยเพิ่มการรับประทานอาหารโปรตีนสูงทั้งจากพืชและสัตว์อาหารที่ได้จากพืช ได้แก่ ข้าวเสริมธาตุเหล็กข้าวหอมนิลข้าวสายพันธุ์ 313ผักสีเขียวเข้ม จะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก กรดโฟลิก คลอโรฟิลส์ (สารที่มีโมเลกุลคล้ายฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง) รวมถึงควรรับประทานฟักทองแครอทถั่วอัลมอนต์เมล็ดธัญพืชข้าวโอ๊ตจมูกข้าวสาลีผักประเภทหน่อไม้ฝรั่งบร็อคโคลี่และมะเขือเทศ ครับ

cv370

นอกจากนี้ วัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารก็มีส่วนสำคัญในการบำรุงเลือด ให้ห่างจากภาวะ เลือดจาง โดยควรรับประทานน้ำมันมะกอก พริกกระเทียม ขมิ้น เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดี สำหรับอาหารจากสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ตับลูกวัวไข่แดงสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง หอย ปู เป็นต้น

ผลไม้ที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อเลือด ได้แก่ ฝรั่งส้มแคนตาลูปอะโวคาโดลูกพีชกล้วยเนื่องจากอุดดมไปด้วยวิตามินซีและธาตุเหล็กสูง ซึ่งหากรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

 

อาหารเสริมของคนเลือดจาง

สำหรับคนที่เลือดลมไม่ค่อยดี หรือรู้สึกว่ากำลังอยู่ในภาวะ เลือดจาง (หากไม่มั่นใจแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย) เราขอแนะนำให้เสริมวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ สำหรับบำรุงเลือด ดังนี้

-โฟลิกแอซิดวันละ 400 ไมโครกรัม

-วิตามินบี 1ขนาด 100 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด

-วิตามินบี 12ขนาด 500 ไมโครกรัม วันละ 1 เม็ด

cv372

-วิตามินบี 6วันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

-แมกนีเซียมขนาด 100 – 200 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด

-แคลเซียม ขนาด 200 – 300 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด

วิตามินเสริมเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ด้วยตัวเองตามร้านทั่วไป แต่ต้องได้รับคำปรึกษาที่ดี (จากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริม) โดยแนะนำให้รับประทานจนกว่าอาการทุกอย่างจะดีขึ้น เช่น จากที่หน้ามืดง่ายๆ ก็ใช้อาหารเสริมจนกว่าจะหาย ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ เมื่ออาการดีขึ้นจนรู้สึกว่าอยู่ตัวแล้วก็สามารถหยุดกินวิตามินและแร่ธาตุชนิดเม็ดเหล่านี้ได้ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือดที่ดีแนะนำว่า การกินน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดชา ทำให้ไขมันในเลือดสมดุล ไม่มีอะไรไปอุดตันในเส้นเลือด

อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำว่าควรทาน อาหาร บำรุง เลือดจาง เหล่านี้ในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน เพราะไม่ว่าอาหารเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากสักเพียงใด แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งที่ต้องทานเข้าไปสะสมภายในร่างกาย ถ้าหากมีปริมาณที่มากจนเกินไป ก็อาจจะส่งผลเชิงลบต่อร่างกายไม่ทางใด ก็ทางหนึ่งได้เช่นกันครับ