หมวดหมู่: สุขภาพและสมุนไพร

6 ประโยชน์ของ โสมเกาหลี ที่คุณไม่ควรพลาด

6 ประโยชน์ของ โสมเกาหลี ที่คุณไม่ควรพลาด

โสมเกาหลี เป็นหนึ่งในยาสมุนไพรที่คนทั่วโลกต่างรู้จัก คุ้นเคยกับชื่อของมันกันดี แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าจริงๆแล้ว โสมเกาหลี มีประโยชน์ในการบำรุงร่างกายมากเพียงใด ถ้าหากใครอยากรู้ว่าสรรพคุณของ โสมเกาหลี มีอะไรกันบ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันได้เลยครับ

1.ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง

โสมเกาหลี มีคุณสมบัติในการช่วยต่อต้านความเมื่อยล้า ทำให้ร่างกายสามารถนำพลังงานมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการทำให้เซลล์เกิดการสร้างพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ โสมเกาหลี ยังช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ร่างกายจึงเหนื่อยล้าช้าลง มีความอดทนต่อการทำงานมากขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุที่การทำงานโดยรวมของร่างกายเริ่มเสื่อมลง และยังช่วยฟื้นฟูสมรรภาพของผู้ป่วย ให้สามารถหาย กลับมาแข็งแรงในขณะที่ทำการพักฟื้นได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

rrr370

2.ช่วยผ่อนคลายความเครียด

โสมเกาหลี ช่วยปรับสภาพของร่างกาย และจิตใจให้สามารถทนต่อความกดดันภายนอก โดยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน ACTH ที่ผลิตขึ้นบริเวณต่อมใต้สมอง ที่ทำหน้าที่ช่วยต่อต้านความเครียด ด้วยการกระตุ้นเร่งการเผาผลาญอาหารต่างๆ เพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมาต่อต้านความเครียดทำให้ความวิตกกังวลโดยรวมลดน้อยลง

3.ช่วยบำรุงประสาทส่วนกลางให้แข็งแรง

 โสมเกาหลี ช่วยกระตุ้นประสาทส่วนกลางให้มีการตื่นตัว แต่ไม่ส่งผลกระทบกับการนอนหลับตามปกติ ในขณะเดียวกันก็มีสารช่วยในการระงับประสาท ส่งผลให้มีความรู้สึกมีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า ไม่เกิดอาการอ่อนเพลีย อ่อนล้าตามมาในภายหลัง

4.เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

โสมเกาหลี ที่ได้รับการสกัด นักค้นคว้าวิจัยพบว่า มีคุณสมบัติสุดพิเศษในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สูงขึ้น โดยเพิ่มอัตราการตอบสนองของเม็ดเลือดขาว ให้มีอัตราการทำลายเชื้อจุลินทรีย์ หรือเชื้อแปลกปลอมต่างๆเข้าสู่ร่างกาย พร้อมกับช่วยต้านโรคภูมิแพ้ ที่เกิดขึ้นจากโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อมประเภทต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

rrr372

5.ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โสมเกาหลี ช่วนกระตุ้นให้ตับอ่อนเกิดการหลั่งสารอินซุลินออกมา ทำให้ร่างกายสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี โสมเกาหลี จึงได้รับความนิยมนำมาช่วยในการรักษาคนป่วยโรคเบาหวานเป็นอย่างมาก

6.ช่วยละลอความชรา เพิ่มความเยาว์วัย

 โสมเกาหลี อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูอิสระ ทำให้การเสื่อมสภาพ ชรา ของเซลล์ในร่างกานลดน้อยลง และยังช่วยลดความเครียด ซึ่งเป้นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรให้น้อยลงอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

โสมเกาหลี มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายประการดังที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้น จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่เรามักจะได้เห็น โสมเกาหลี ปราฏตัวในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ทั่วโลก กันนั่นเอง

ทำไม เห็ดหลินจือ ถึงได้รับการยอมรับนับพันปี บทความนี้ มีคำตอบ

ทำไม เห็ดหลินจือ ถึงได้รับการยอมรับนับพันปี บทความนี้ มีคำตอบ

เห็ดหลินจือ” ชื่อนี้ ไม่ว่าคนรักสุขภาพคนใด ก็คงจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาก่อน แต่คนทั่วไปอาจจะเคยเพียงค่ได้ยินชื่อ แต่ไม่รู้ว่าที่จริงแล้ว เห็ดหลินจือ สามารถทำอะไรได้บ้าง และมีประโยชน์ต่อุชภาพมากน้อยเพียงใด ดังนั้น บทความในวันนี้ ผู้เขียนจึงอยากขอพาทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับ เห็ดหลินจือ กันแบบเจาะลึกกันเลยครับ

มารู้จักกับ เห็ดหลินจือ กันก่อน

เห็ดหลินจือ เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ทางการแพทย์แผนจีนมานานกว่า 2000 ปี  มักเรียกกันว่าเป็น “เห็ดแห่งความเป็นอมตะ” ในปัจจุบัน เห็ดหลินจือ ได้รับความนิยมอย่างมากในทวีปตะวันตก และแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติทางยาที่น่าสนใจหลากหลาย แถมยังช่วยป้องกันโรคอันตรายหลายๆประการ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ประโยชน์ที่น่าสนใจของ เห็ดหลินจือ มีอะไรกันบ้าง

ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

เห็ดหลินจือ ได้รับการพิสูจน์ทางด้านวิทยาศาสตร์แล้วว่า มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และต่อต้านการงอกของเซลล์มะเร็ง ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง ทำให้สารสกัดจาก เห็ดหลินจือ ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการยังยั้งเชื้อมะเร็งอย่างได้ผล

zxc93

ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกัน

เห็ดหลินจือ มีประโญชน์อย่างมากในการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้น จากการศึกษาพบว่า หลังจากรับประทาน เห็ดหลินจือ ติดต่อกันนาน 30 วัน ผลทดสอบเป็นเชิงบวกอย่างมีนัยยะสำคัญ ในการช่วยเพิ่ม T lymphocytes และลดจำนวนเชื้อ CD8 ​​ในร่างกายของผู้ป่วยให้น้อยลง อีกทั้งยังช่วยลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการทำเคมีบำบัด การฉายรังสี อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การวิจัยบางชิ้น ยังช่วยยืนยันว่า การทาน เห็ดหลินจือ ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

เห็ดหลินจือ นิยมถูกนำมาใช้ในการดูแลคนที่เป็นโรคเครียด การศึกษาในประเทศจีนพบว่า เห็ดหลินจือ ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของโลหิต ลดการใช้ออกซิเจนในกล้ามเนื้อหัวใจ นักวิจัยชาวญี่ปุ่นเอง ก็ได้ทำการค้นคว้าวิจัย และได้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน ว่า เห็ดหลินจือ สามารถช่วยทำให้ความดันโลหิตสูงลดน้อยลง ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และนักวิจัยชาวรัสเซีย ยังค้นพบอีกว่า เห็ดหลินจือ สามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการสะสมตัวของแผ่นโลหะบนผนังหลอดเลือดให้น้อยลงอีกด้วย

rrr392

สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ

เห็ดหลินจือ เป็นหนึ่งในแหล่งของสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก อ้างอิงจากสารานุกรมยาธรรมชาติที่ระบุว่า เห็ดหลินจือ เป็นหนึ่งในยาสมุนไพรที่มีความเข้มข้นสูงสุด ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงไม่น่าแปลกใจนักที่เรามักจะได้เห็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยที่มี เห็ดหลินจือ เป็นหนึ่งในส่วนประกอบหลัก

ด้วยคุณสมบัติที่มากมายของ เห็ดหลินจือ และการหาได้ค่อนข้างยาก ต้องใช้ระยะเวลายาวนานกว่าที่จะเติบโตขึ้นมามีฤทธิ์ทางยา ที่เหมาะสมในการดูแลร่างกาย จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่ เห็ดหลินจือ มักจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง ถึงขนาดที่ว่าไม่รวยจริง หาซื้อมารับประทานไม่ได้กันเลยทีเดียวครับ

เคล็ดลับบรรเทา โรคหอบ ด้วยตัวเองอย่างได้ผล

เคล็ดลับบรรเทา โรคหอบ ด้วยตัวเองอย่างได้ผล

เชื่อว่าคุณผู้อ่านส่วนใหญ่คงจะรู้จักกับ “โรคหอบ” อาการผิดปกติ ที่เกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจที่ส่งผลให้หายใจลำบาก และส่งเสียงหวีดๆ จนทำให้เกิดอุปสรรต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แถมจำนวนผ้ป่วยเป็น โรคหอบ เอง ในปัจจุบัน ก็มีจำนวนที่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว ถ้าหากคุณผู้อ่านกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับ โรคหอบ อยู่ล่ะก็ ลองปฎิบัติตัวตามคำแนะนำในบทความชิ้นนี้ รับรองว่าจะสามารถช่วยบรรเทาอาการ โรคหอบ ให้ลดน้อยลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลจาก โรคหอบ

1.น้ำเปล่า

เป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการบรรเทา โรคหอบ เมื่อไหร่ก็ตามที่ปรากฏอาการของ โรคหอบ ขึ้น ควรทำการดื่มนำในปริมาณมากๆ เพื่อช่วยลดความเหนนียวของเสมหะให้น้อยลง

f26

 

2.ไพล่

เป็นหนึ่งในยาสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ใยการบรรเทา อาการของ โรคหอบ โดยส่วนที่นำมาใช้คือเหง้าแก่จัด ไพล่ มีรสเผ็ดร้อน อมฝาด สำหรับส่วนผสม จะใช้เหง้าไพล่ที่แก่จัด 10 ส่วน ดีปลี 4 ส่วน พริกไทยขาว 4 ส่วน พอเสน 1 ส่วน แลกานพลู 1ส่วน นำสมุนไพรทั้งหมดมาบดให้ละเอียดผสมรวมกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้จำนวน 1 ช้อนชา ไปชงดื่มกับน้ำร้อน หรืออาจจะผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นรับประทานในลักษณะของยาลูกกลอน ทานครั้งละ 3-4 เม็ด ก็ได้เช่นกัน

3.สังกรณี

หรือหนุมานประสานกาย เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการช่วยแก้แพ้อากาศ แก้ โรคหอบ หลอดลมอักเสบ ขยายหลอดลม หวัด เจ็บคอ และไอเรื้อรัง อีกทั้งสมุนไพรประเภทนี้ ยังได้ถูกจับตามอง ในฐานะของสมุนไพรที่จะถูกนำมาพัฒนาเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาระบบทางเดินหานในในระยะยาว ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการนำมาชงดื่มในรูปแบบของชา เพื่อช่วยในการบรรเทาอาการไอ แก้หลอดลมอักเสบ และหอบหืดแล้วอีกด้วย

f12

นอกจากสมุนไพร และวิธีการต่างๆ ในการดูแล โรคหอบ ที่ได้กล่าวถึงกันไปแล้วในตอนต้น การทานวิตามินซี เป็นประจำทุกวัน ก็เป็นหนึ่งในหนทางที่จะช่วยจัดการกับปัญหา โรคหอบ ได้เป็นอย่างดีมากขึ้นเช่นกันครับ เพราะวิตามินซี ช่วยบรรเทาอาการ โรคหอบ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

ยาหอบหืด ที่ใช้ได้ผลดี และน่าสนใจในปัจจุบัน มีอะไรกันบ้างนะ

ยาหอบหืด ที่ใช้ได้ผลดี และน่าสนใจในปัจจุบัน มีอะไรกันบ้างนะ

ถ้าหากคุณผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่กำลังมีปัญหากับอาการ “หอบหืด” แล้วกำลังมองหา ยาหอบหืด ที่ดี มีคุณสมบัติ ยอดเยี่ยมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวล่ะก็ ขอแนะนำว่าให้ลองติดตามอ่านบทความชิ้นนี้จนจบ รับรองว่า คุณผู้อ่านจะสามารถเลือก ยาหอบหืด ที่เหมาะสมกับปัญหาของตัวเองได้เป็นอย่างดีมากยิ่งขึ้นครับ

ยาหอบหืด ที่น่าสนใจในปัจจุบัน มีอะไรกันบ้าง?

ในปัจจุบัน มีตัวยาหลายชนิดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการหอบหืด ซึ่ง ยาหอบหืด เอง ก็สามารถที่จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ยาบรรเทาอาการหอบหืดแบบฉับพลัน กับยารักษาโรคแบบควบคุมระยะยาว ดังนั้น การเลือกประเภทของตัวยาให้มีความเหมาะสมกับตัวเองนั้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากเช่นกัน

rrr184

ยาบรรเทาอาการหอบหืดแบบฉับพลัน

เป็นกลุ่มของ ยาหอบหืด ที่นำมาใช้ในการบรรเทาอาการหอบหืดที่เกิดขึ้นแบบทันที โดยตัวยาจะออกฤทธิ์อย่างรวเร็ว เพื่อช่วยในการยับยั้งความรุนแรงของอาการ ณ ขณะนั้น

beta2-agonists และ anticholinergics เป็นยาขยายหลอดลม ที่จะช่วยขยายเส้นทางสู่ปอด ทำให้ได้รับอากาศมากขึ้นทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้ยังช่วยในการปรับปรุงการหายใจ นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายสามารถทำการขับเมือกที่อยู่ตามระบบทางเดินหายใจออกมาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่า ยาหอบหืด แบบบรรเทาอาการจะสามารถช่วยหยุดอาการของโรคหอบหืดแบบเฉียบพลันได้ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยควบคุมการอักเสบของทางเดินหายใจ อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรค

ยารักษาโรคแบบควบคุมระยะยาว

ตัวยาหอบหืด เช่น Antileukotrienesม, leukotriene, Cromolyn sodium และ nedocromil

Inhaled corticosteroids เป็นตัว ยาหอบหืด ที่จำเป็นจะต้องใช้เป็นประจำทุกวัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการของโรคปรากฏขึ้นมาก็ตาม เนื่องจากพวกมัน มีประสิทธิภาพอย่างมากในการควบคุม และลดอาการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ และยังช่วยในการปรับปรุง ควบคุมโรคหอบหืดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

cv355

นอกจากการใช้ ยาหอบหืด เป็นประจำทุกวันแล้ว ถ้าหากต้องการควบคุมไม่ให้โรคหอบหืดปรากฏอาการขึ้นบ่อยครั้ง ยังควรที่ที่จะทำการรับประทานวิตามินซี เป็นประจำทุกวัน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของตัวคุณเองให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ลดอาการหอบหืดให้น้อยลง ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

4 สุดยอดสมุนไพร รักษาหอบหืด

4 สุดยอดสมุนไพร รักษาหอบหืด

“หอบหืด” เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่คอยกวนใจคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่อากรพลันกำเริบขึ้น ก็มักจะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันพลอยสะดุด ไม่สามารถทำได้ตามปกติสามัญ จนก่อให้เกิดความน่ารำคาญเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน คุณผู้อ่านหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ที่จริงแล้ว ยังมีวิธีการ รักษาหอบหืด ที่น่าสนใจอย่างมาก ด้วยการใช้ยาสมุนไพรใกล้ตัว มาใช้ในการ รักษาหอบหืด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเจ้าสมุนไพร รักษาหอบหืด เหล่านั้น จะมีอะไรกันบ้าง สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันได้เลยครับ

1.ปีบ

หรือที่รู้จักกันในชื่อของทางภาคเหนือว่า กะซะลอง จากการวิจับแล้วพบว่า เจ้าสมุนไพรชนิดนี้ มีสารฮีสปีนดูล ซึ่งระเหยได้ มีคุณสมบัติในการช่วยขยายหลอดลมได้เป็นอย่างดี กว่าอะมิโนฟีลลีน ที่ใช้เป็นยาช่วยในการขยายหลอดลม ดังนั้น สมุนไพรชนิดนี้จึงสามารถนำมาใช้ เพื่อบรรเทา รักษาหอบหืด ได้โดยที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด

rrr216

2.บวบเหลียม

เมล็ดจากผลแก่จัดของสมุนไพรชนิดนี้ ประมาณ 50 เม็ด มาตำให้แหลก ผสมกับพริกไทย 7 เม็ด แล้วปั้นป็นลูกกลอน ใช้สำหรับรับประทาน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน จะมีคุณสมบัติในการช่วย รักษาหอบหืด

3.ลำโพง

เป็นสมุนไพรที่ถูกหยิบนำมาใช้เพื่อรักษาอาการหอบหืดมาอย่างยาวนานในประเทศไทย เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้ มีสารสำคัญอย่างอัลคาลอยด์จำพวกโทรเปน ได้แก่ ไฮโอซีน และไฮโอไซยามีน ที่สามารถช่วยในการบรรเทา รักษาหอบหืด

4.หญ้าคา

ราดสดของหญ้าคาจำนวน 2 กำ นำมาผสมกับชะเอมจีน แล้วต้มกับน้ำสะอาดประมาณ 5-6 แก้ว ต้มเคี่ยวจนกระทั่งเหลือเพียงสองแก้ว แล้วจิบเช้าเย็น เพียงเท่านี้ อาการของโลกหอบหืดก็จะลดน้อยลง

rrr215

นอกจากการใช้สมุนไพรเหล่านี้ เข้ามาช่วยในการ รักษาหอบหืด แล้ว ขอแนะนำว่า คุณผู้อ่านควรทานวิตามินประเภทต่างๆ อย่างพอเหมาะกับความต้องการของร่างกายเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งทำให้ โอกาสเกิดโรคหอบหืดน้อยลงอีกทางหนึ่งด้วยนั่นเอง สำหรับวิตามินที่ขอแนะนำให้ทานก่อนเป็นอันดับแรก คือ วิตามินซี นั่นเอง

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย รักษาหอบหืด ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

บำรุงเลือด ด้วยผัก ผลไม้ อาการเลือดจางเอ๋ย จงหายไป

บำรุงเลือด ด้วยผัก ผลไม้ อาการเลือดจางเอ๋ย จงหายไป

โดยทั่วไปแล้ว การ บำรุงเลือด ด้วยอาหารนั้น มีพื้นฐาน ประกอบไปด้วยอาหาร 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธาตุเหล็กสูง จำเป็นต่อการสร้างเฮโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง เป็นตัวนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะและเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย กลุ่มที่ 2 โฟเลตสูง สำคัญต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และกลุ่มที่ 3 คือผักผลไม้ที่ให้วิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมโฟเลตและธาตุเหล็กได้ดี ดังนั้น การ บำรุงเลือด ด้วยการทาน ผัก ผลไม้ นั้น จึงถือว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการ บำรุงเลือด ที่เหมาะสมอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งในวันนี้ ครอบครัว Ovolva.com ก็ได้ทำการรวบรวมบรรดาเหล่า ผัก ผลไม้ ที่มีคุณสมบัติในการ บำรุงเลือด มาฝากคุณผู้อ่านกันครับ เอาล่ะ.. อย่ามัว เสียเวลากันดีกว่า เราไปดูกันเลยว่า บรรดาเหล่า ผัก ผลไม่ บำรุงเลือด ที่น่าสนใจเหล่านั้น มีอะไรกันบ้าง

1.ผักกูด

มีธาตุเหล็ก และเบต้า-แคโรทีนสูง ซึ่งหากรับประทานร่วมกับเนื้อสัตว์จะทำให้เกิดการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี ช่วยไม่ให้อ่อนเปรี้ยเพลียแรง หรือซีดง่าย ช่วย บำรุงเลือด ควบคุมความดันโลหิต ลดระดับคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด ช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เนื่องจากมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก

rr29

          2.แก้วมังกร

นอกจากผู้ที่รับประทานแก้วมังกรอยู่เป็นประจำจะมีผิวที่ไร้ริ้วรอย ดูเนียนเรียบ ยังมีผลการวิจัยพบว่า แก้วมังกรส่วนเนื้อสีแดงนั้นมีผลดีต่อระบบไหลเวียนของเลือด ทั้งยังมีธาตุเหล็กที่ช่วยในการสร้างเชลล์เม็ดเลือดอีกด้วย นอกจากนั้นเลือดไฟเบอร์ที่มีอยู่ในแก้วมังกรนั้นยังช่วยรักษาและสร้างความแข็งแรงให้กับบริเวณช่องคลอด รวมไปถึงบรรเทาอาการตกขาวของผู้หญิงได้อีกด้วย

3.สตรอเบอร์รี่

ผลการวิจัยพบว่า สตรอเบอร์รี่นั้นมีวิตามินอยู่มาก ซึ่งช่วยบำรุงเม็ดเลือดแดงได้เป็นอย่างดี และจากการทดลองอาสาสมัครที่รับประทานสตรอเบอร์รี่ทุกๆวัน วันละประมาณ 1-2 ถ้วย ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน ผลการตรวจเลือดของพวกเขาพบว่ามีเชลล์เม็ดเลือดแดงอยู่ในเกรณ์ที่ปกติมาก จึงส่งผลให้พวกเขาเหล่านั้นมีผิวพรรณที่สดใส เนียนเรียบ นั่นหมายความว่า ผลไม้แสนอร่อยอย่าวสตรอเบอร์รี่เป็นสมุนไพร บำรุงเลือด ชั้นดี

rr28

          4.ทับทิม

ผลไม้นี้ขึ้นชื่อเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายๆ และยังเป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาเนิ่นนาน จากผลการวิจัยจากมหาลัยชื่อดังของสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานทับทิมเป็นประจำทำให้หายจากโรคเบาหวานได้เพราะ ในทับทิมมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บเชลล์เม็ดเลือดแดง โดยทดลองจากผู้ป่วยโรคเบาหวาน 10 คน ให้ดื่มน้ำทับทิมวันละ 1 แก้ว เป็นระยะเวลา 3 เดือน เห็นผลว่ามีระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น และมีอาการอ่อนเพลีย ผมร่วง น้อยลงมาก แถมยังมีผิวพรรณที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย

5.ตังกุย

 หลายคนอาจไม่รู้จัก เนื่องจากตังกุยถือเป็นสมุนไพรโบราณ ซึ่งแพทย์ชาวจีนจะที่ใช้ บำรุงเลือด รักษาภาวะเลือดพร่อง สีหน้าซีดขาวหรือซีดเหลือง เล็บและริมฝีปากซีด เวียนศีรษะ หูอื้อ ใจสั่น นอนไม่หลับ หลงลืมง่าย หรือประจำเดือนมาช้า ปริมาณเลือดมาน้อย สีจางอ่อน หรือประจาเดือนขาดหายไป สีลิ้นซีด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังใช้ตังกุยในการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำไส้ ช่วยการขับถ่ายได้อีกด้วย

6.กล้วย

 ด้วยคุณสมบัติของแร่ธาตุแมกนีเซียมที่อุดมอยู่ในกล้วย ช่วยบำรุงผิวที่ขาวซีดให้กลับมาเปล่งปลั่งดูมีเลือดฝาด ที่สำคัญคือมีผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน American Journal of Epidemiology ระบุว่าการบริโภคกล้วยเป็นประจำทุกวันส่งผลต่อเลือดคือ ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคลูคีเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว) โดยเฉพาะในเด็กช่วงอายุ 0-2 ปี

นอกจากผักผลไม้ดังกล่าวแล้ว หากอยากสุขาพดีก็ควรเสริมด้วยการรับประทานโยเกิร์ตไร้ไขมันรสธรรมชาติเป็นประจำ และรับประทานปลา หรืออาหารทะเลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้ได้วิตามินบี 12 ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง เพียงเท่านี้ก็ถือว่าครบสูตรอย่างสมบูรณ์สำหรับ บำรุงเลือด ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายของคุณผุ้อ่านแข็งแรง ปราศจากปัญหาเลือดจาง มาคอยกวนใจอีกต่อไปครับ

ปรับสภาพ ความดันโลหิต ให้เป็นปกติ ด้วยวิถีธรรมชาติ

ปรับสภาพ ความดันโลหิต ให้เป็นปกติ ด้วยวิถีธรรมชาติ

อาการ ความดันโลหิต เป็นชื่อที่เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง เพราะเป็นหนึ่งในอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ค่อนข้างง่าย แถมยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนที่ป่วยเป็นโรคเหล่านี้อย่างมากเลยทีเดียว ดังนั้น ในวันนี้ ครอบครัว Ovolva.com จึงได้ทำการรวบรวมเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ความดันโลหิต มาฝากคุณผู้อ่าน เพื่อไว้เป็นฐานข้อมูลที่น่าสนใจ ที่จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับปัญหา ความดันโลหิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพกันครับ

ความดันโลหิต คืออะไร แล้วอันตรายอย่างไรบ้าง?

“โรคความดันโลหิตสูง” เป็นโรคที่เบียดเบียนสุขภาพของคนส่วนใหญ่ในโลก เพีงแค่ชาวอเมริกันประเทศเดียว ประชากรกว่า 1 ใน 3 ของผู้ใหญ่วัยทำงาน ก็ต้องเผชิญหน้ากับโรค ความดันโลหิต สูง ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคอันตรายนี้ ก็เป็นเรื่องแสนใกล้ตัวจนยากที่จะสามารถหลีกเลี่ยงได้ อาทิเช่น อาหาร ความเครียด และขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น

เมื่อความดันโลหิตสูงมากขึ้น ความเสี่ยงในปัญหาสุขภาพด้านต่างๆก็จะพลอยมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลืองสมอง โรคหัวใจล้มห้ลว โรคไต เป็นต้น ซึ่งโรคความดันโลหิตสูง จำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจระดับความรุนแรง ซึ่งแพทย์จะได้ให้คำแนะนำ รวมไปถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับตัวคุณมากที่สุด

gg28

สมุนไพร ที่มีคุณสมบัติในการลดความดัน มีอะไรกันบ้าง?

ท่ามกลางวิธีการลดความดันโลหิตสูงมากมาย ให้กลับมาสู่สภาวะปกตินั้น การรักษาและบรรเทาอาการโดยใช้สมุนไพรบำรุงโลหิตนั้น เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน การรักษาแบบดั้งเดิมโดยใช้สุนไพรบำรุงโลหิตนี้ ถึงแม้จะได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่คุณควรทำการปรึกษากับแพทย์ก่อนนำมาใช้ เพราะสมุนไพรบำรุงโลหิตบางตัว หากนำมาใช้ในปริมาณมากๆ อาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ เมื่อคุณใช้ร่วมกับยาอื่นๆ ซึ่งสมุนไพรบำรุงโลหิต ที่ช่วยลดปรับความดันให้กลับมาอยู่ในสภาวะปกติ มีดังต่อไปนี้

1.โหระพา

สมุนไพรบำรุงโลหิตแสนอร่อย กลิ่นฉุน ที่คุณสามารถพบได้บ่อยครั้งในอาหารไทย โหระพามีคุณสมบัติช่วยในการบำรุงโลหิต ลดความดันโลหิตให้น้อยลง ดังนั้นการเพิ่มมันลงในมื้ออาหารของคุณจึงเป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะสามารถช่วยลดความดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.อบเชย

หนึ่งในสมุนไพรเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยให้กับอาหาร ในขณะเดียวกันมันก็สามารถช่วยทำให้ความดันโลหิตของคุณลดน้อยลง โดยเฉพาะในกลุ่มของคนที่เป็นโรคเบาหวาน การทานอบเชยเป็นประจำทุกวัน สามารถช่วยลดความดันโลหิตของคุณให้น้อยลงได้อย่างดีเยี่ยม

3.กระเทียม

สมุนไพรกลิ่นฉุนจัดนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร และกลิ่นไม่พึงประสงค์ในลมหายใจของตัวคุณ มันยังช่วยลดความดันโลหิต ด้วยการผ่อนคลาย ขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของโลหิตเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น

gg27

4.ลาเวนเดอร์

กลิ่นหอมของลสเวนเดอร์ ได้ถูกนำมาใช้ผสมกับน้ำหอมเพื่อให้ได้กลิ่นที่หอมสดชื่น ก่อให้เกิดความผ่อนคลาย สมุนไพรบำรุงโลหิตชนิดนี้ ยังช่วยลด ความดันโลหิต ให้น้อยลง โดยเพียงแค่นำดอกลาเวนเดอร์มาวางเอาไว้ใต้หมอน หรือใช้น้ำมันลาเวนเดอร์มาวางเอาไว้ข้างๆเตียงในขณะที่คุณนอนหลับก็ได้เช่นกัน

5.โรสแมรี่

กลิ่นหอมของโรสแมรี่ สามารถช่วยให้คุณผ่อนคลาย และลดความดันโลหิตให้น้อยลงอย่างได้ผล สำหรับวิธีใช้ก็เพียงแค่คุณนำน้ำมันโรสแมรี่ มาวางเอาไว้ใกล้ เพื่อให้สามารถสูดกลิ่นที่แสนสดชื่นของมันในขณะที่นอนหลับได้อย่างเต็มที่เท่านั้น

6.กรงเล็บแมว

หรือ Cat’s Claw เป็นยาสมุนไพรในตำราของจีนโบราณ ที่มักถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง จากการศึกษาพบว่า กรงเล็บแม เป็นยาสำหรับรักษา ความดันโลหิต สูง โดยทำห้าที่ในช่องแคลเซียมในเซลล์ ซึ่งคุณอาจจะสามารถหาซื้อสมุนไพรกรงเล็บแมวนี้ ได้จากร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพทั่วไป

7.กระวาน

Cardamom เป็นสมุนไพรจากอินเดีย ที่มักถูกนำมาใช้ในการปรุงอาหารของเอเชียใต้ การศึกษามากมายตรวนสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของคนที่รับประทานกระวาน พบว่า การทานกระวานในชีวิตประจำวันเป็นระยะเวลานานหลายเดือน สามารถเห็นผลลัพธ์สัมพันธ์กับค่าความดันโลหิตที่ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

ถ้าหากคุณผู้อ่านมีปัญหาเกี่ยวกับ ความดันโลหิต ขอเพียงแค่ทำการจิบชาสมุนไพร หรือเติมสมุนไพรเหล่านี้ ลงไปเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารเพียงเล็กน้อย แล้วทำการทานพวกมันเป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถทำการปรับ ความดันโลหิต ของตัวเอง ให้กลับมาอยู่ในระดับปกติ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เป็นประจำทุกวันแล้วครับ