หมวดหมู่: Uncategorized

วิธีการรักษา หน้าท้องลาย ด้วยตัวเอง ควรเริ่มต้นอย่างไรบ้าง?

วิธีการรักษา หน้าท้องลาย ด้วยตัวเอง ควรเริ่มต้นอย่างไรบ้าง?

ปัญหา หน้าท้องลาย ที่เป็นรอยยืดบนผิว ไม่ว่าจะเป็นสีม่วง แดง หรือรอยสีขาว สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยทั่วไปแล้ว มักจะเกิดขึ้นจากการยืดหกตัวของผิวที่รวดเร็วมากจนเกินไป เช่น ในกลุ่มวัยรุ่นที่มีการเจริญเติบโตสูง คนที่เพิ่ม-ลด น้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วจนเกินไป และผู้หญิงหลังตั้งครรภ์ สภาวะ หน้าท้องลาย เกิดขึ้นได้ หากผิวหนังมีการยืดหดตัวตามปัจจัยเหล่านี้ ไม่ทันนั่นเอง

เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

การเติมความช่มชื้นให้กับผิวพรรณ 3 ครั้งต่อวัน ด้วยครีมบำรุงผิว อย่างเชียร์บัตเตอร์ เนบโกโก้ หรือนำมันจมูกข้าวสาลี สามารถช่วยทำให้ผิวบริเวณหน้าท้องมีความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามรถช่วยลดปัญหา หน้าท้องลาย ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ในช่วงแรกที่เริ่มมีอาการ

ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์

การออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ สามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในช้นผิวหนัง ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกิน และทำให้ปัญหา หน้าท้องลาย จางลงอย่างน่าอัศจรรย์ แต่อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรโหมออกกำลังกายมากจนเกินไปนัก ควรค่อยๆทไ และเพิ่มความเข้มของการออกกำลังกายไปเรื่อยๆ เพื่อให้ผิวของคุณ สามารถปรับตัวได้ทันกับปริมาณกล้ามเนื้อที่เพิ่มเข้ามา ไม่อย่างนั้น การยืดกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดปัญหา รอยแตกลาย มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

zzz962

ขัดรอยแตกลายวันละครั้ง

การขัดบริเวณ หน้าท้องลาย อย่างน้อยวันละครั้ง โดยใช้บวบ หรืออุปกรณ์ขัดร่างกายที่บางเบา เป็นมิตรต่อผิว สามารถช่วยทำความสะอาดผิว ควบคู่ไปกับการกระตุ้นการทำงานของระบบน้ำเหลือง ช่วยทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในผิวหนัง นอกจากนี้ การนวดเบาๆ บริเวรผิว ยงช่วยลดรอยแตกลายให้จางหายไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้อีกด้วย

ผิวแตกลายสามารถที่จะค่อยๆเลือนหาย เมื่อเวลาผ่านไปตามธรรมชาติ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาที่เรียกได้ว่าค่อนข้างนาน จนหลายคนอาจถึงกับถอดใจเลยทีเดียว แต่ ณ ปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ และความรู้ต่างๆ สามารถทำให้การเยียวยาบาดแผล ริ้วรอยแตกลายเหล่านั้นสามารถเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยเพียงแค่การใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวกายที่เหมาะสม เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง

zzz953

สำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวที่ช่วยแก้ปัญหา หน้าท้องลาย  ผู้เขียนอยากแนะนำให้รู้จักกับ ผลิตภัณฑ์ Vivee Skin Repair Cream ที่มีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ 100% ที่ได้รับการคัดสรรแล้วว่า มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู และบำรุงทุกสภาพผิวได้อย่างอ่อนโยน เคลียร์ครบจบทุกปัญหากวนใจด้านผิวพรรณอย่างง่ายๆ เปลี่ยนผิวกายของคุณให้ เรียบ เนียน ชวนมอง ราวกับเป็นคนใหม่ บอกลาปัญหารอยแผลเป็น ผิวแตกลาย รอยเหี่ยวย่น แห้งกร้าน และปัญหาผิวหนังไก่กวนใจอย่างได้ผล ในขั้นตอนเดียว

น้ำมันมะพร้าว ไอเท็มลับ แก้เท้าแห้ง ที่คุณต้องลอง

น้ำมันมะพร้าว ไอเท็มลับ แก้เท้าแห้ง ที่คุณต้องลอง

เมื่ออากาศมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะร้อนจัด หรือเย็นจัด ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ผิวหนังของเท้า ให้ขาดความชุ่มชื้น จนกระทั่งเกิดเป็นปัญหา เท้าแห้ง ขึ้นมาในที่สุดได้เช่นกัน ดังนั้น บทความในวันนี้ ผู้เขียนจึงอยากที่จะขอเสนอแนะนำเคล็ดลับ จัดการ แก้เท้าแห้ง แบบง่ายๆ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ มาฝากคุณผู้อ่านกันครับ

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว ในการช่วย แก้เท้าแห้ง

น้ำมันมะพร้าว ถูกเรียกขานจากคนทั่วโลกว่าเป็น “ปาฎิหาริย์” เมื่อถูกนำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณ ด้วยคุณสมบัติที่สุดแสนจะตรงไปตรงมา ในการช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ดังที่ นักวิทยาศาสตร์ และนักโภชนากรชื่อดังอย่าง Kimberly Snyder กล่าวว่า น้ำมันมะพร้าว ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อใต้หนังกำพร้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการ แก้เท้าแห้ง ที่เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัว ของน้ำมันมะพร้าว

a12

ผิวที่แห้งแตก อาจพัฒนาไปสู่การเกิดผิวแตกลาย ที่หากแตกมากๆ ก็จะมีอาการความเจ็บปวดตามมา ดังนั้น เพื่อป้องกันความแห้งกร้านที่อาจเกิดขึ้นมากจนเกินไป ควรทำการทาน้ำมันมะพร้าว เพื่อป้องกัน แก้เท้าแห้ง เป็นประจำทุกวันเสียตั้งแต่เนิ่นๆ และควรทำการทามากขึ้น เป็นสองครั้งต่อวัน เมื่ออากาศแห้ง หรือเย็น ที่มักทำให้ผิวพรรณ เกิดการสูญเสียความชุ่มชื้นที่มากกว่าปกติ

น้ำมันมะพร้าว สามารถถูกนำมาใช้กับผิวพรรณของฝ่าเท้าได้โดยตรง แถมด้วยปริมาณเพียงแค่ 1 ช้อนโต๊ะ ก็มากเพียงพอที่จะชโลมทั่วร่างกาย และเท้า เพื่อแก้ไข แก้เท้าแห้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เพื่อให้แน่ใจว่า น้ำมันมะพร้าวจะสามารถแสดงผลออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมากที่สุด ขอแนะนำให้ทำการทาน้ำมันมะพร้าว แก้เท้าแห้ง ให้ทั่วเท้าก่อนเข้านอน และสวมถุงเท้า เพื่อช่วยปกป้องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้นให้ดีมากยิ่งขึ้นครับ

a8

การเลือกน้ำมันมะพร้าว ให้ดีต่อผิวพรรณมากที่สุด

แม้ว่าน้ำมันมะพร้าวจะมีวางจำหน่ายอยู่ทั่วไปตามร้านขายยา หรือขายผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวพรรณต่างๆ แต่คุณควรทำการวิจัยให้ดี ก่อนที่จะซื้อน้ำมันมะพร้าวเหล่านั้นมาใช้ ด้วยการพิจารณาฉลาก เพื่อมองหาส่วนประกอบอื่นๆ ที่ดีในการช่วย แก้เท้าแห้ง อย่างได้ผลมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น เชียร์บัตเตอร์ ไขมันแกะ นม เป็นต้น ด้วยส่วนผสมที่มากขึ้นเหล่านี้ จะสามารถช่วยขจัดปัญหาผิวแห้ง ให้เลือนหายไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน แต่โปรดระมัดระวังในการเลือกด้วยเช่นกัน เพราะน้ำมันมะพร้าวหลายยี่ห้อ อาจมีการใช้แอลกฮอลล์เป็นตัวทำละลายวัตถุดิบภายใน ซึ่งสารทำละลายเหล่านี้ มักเป็นศัตรตัวฉกาจ ที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น จนกระทั่งทำให้ผิวพรรณแตกลายมากยิ่งเช่นกัน

เห็นไหมล่ะครับว่า การแก้ปัญหา แก้เท้าแห้ง เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ไม่ยากเย็นเลย ขอเพียงแค่คุณผู้อ่าน ให้ความใส่ใจสักนิด ปรับปรุงผิวพรรณเท้าอีกหน่อย ด้วยน้ำมันมะพร้าว เพียงเท่านี้ การ แก้เท้าแห้ง ก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยาก อีกต่อไปครับ

อยาก แก้มือแตก ไหมล่ะ ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ รับรองสุดคูล

อยาก แก้มือแตก ไหมล่ะ ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ รับรองสุดคูล

เมื่อทำงานที่จำเนจตะต้องใช้มือบ่อยๆ สัมผัสกับสารเคมี ความร้อน หรือมลภาวะต่างๆ บ่อยครั้ง ที่มันอาจทำให้เกิดปัญหา “มือแตก” ขึ้นมาได้อย่างไม่ทันรู้ตัว นอกจากจะทำให้ความงามของมือลดลงแล้ว มัรอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณที่เกิดรอยแตกอีกด้วย ถ้าหากคุณผู้อ่านกำลังทุกข์ทรมานกับปัญหานี้ และมองหาเคล็ดลับ แก้มือแตก แบบง่ายๆ ที่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเองล่ะก็ การอ่านบทความ แก้มือแตก ชิ้นนี้ เป็นทางเลือกที่ถูกต้องแล้วครับ

ขั้นตอนที่ 1 : จำกัดเวลาที่มือต้องสัมผัสกับน้ำ

ถ้าหากคุณจำเป็นที่ต้องให้มือสัมผัสกับน้ำ เช่น ล้างจาน เป็นต้น ควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสัมผัสกับสารเคมี นอกจากนี้ ควรอาบน้ำอุ่น แทนการใช้น้ำร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้มือของคุณสูญเสียความชุ่มชื้นตามธณรมชาติ

zzz649

ขั้นตอนที่ 2 : ทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอ

เป็นวิธีการทำ แก้มือแตก ขั้นพื้นฐาน เพียงแค่ทำการทาโลชั่น เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตาม ควรเลือกโลชั่น ที่ปราศจากกลิ่น และไม่มีแอลกฮออล์

ขั้นตอนที่ 3 : ปกป้องมือด้วยถุงมือ

ถุงมือ ที่อุ่นและนุ่ม เป็นวิธีการ แก้มือแตก จากสภาพอากาศเย็นอย่างได้ผล ถ้าหากออกไปข้างนอกในวันที่อากาศหนาว เลือกวัสดุผ้าฝ้ายนุ่มๆ ที่จะไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน หรือทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 : ระวังไม่ให้อากาศในบ้านแห้งชื้นจนเกินไป

พยายามระมัดระวังไม่ให้อากาศภายในบ้านไม่ให้แห้งจนเกินไป เพื่อไม่ให้ผิวแตกแห้ง เป็นขุย โดยเฉพาะเวลาที่นอนหลับ เพื่อช่วย แก้มือแตก อย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ

zzz654

ขั้นตอนที่ 5 : ดื่มน้ำปริมาณมากๆในระหว่างวัน

การดื่มน้ำ เป็นวิธี แก้มือแตก ที่คนทั่วไปมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย เพียงเท่านี้ ก็สามารถช่วยเติมเต็ใความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรร ไม่ให้ผิวแห้งกร้านมากจนเกินไป นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ที่ส่งผลให้ผิวคลายน้ำ อาทิเช่น คาเฟอีน แบะแอลกฮออล์ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 6 : วิตามิมช่วยป้องกันผิวแตกลายได้

วิตามินหลายประเภทจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินอี และวิตามินซี จากอาหารแหล่งต่างๆ ถ้าหากได้รับในปริมาณที่พอเหมาะเป็นประจำทุกวัน ก็สามารถที่จะช่วยป้องกันการเกิดผิวลายได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างมากเลยทีเดียวครับ

สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ แก้มือแตก ด้วยการรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึ่งวัน

 

เริ่มต้น การบำรุงผม แบบมือใหม่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ มือโปรยังต้องซูฮก

เริ่มต้น การบำรุงผม แบบมือใหม่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ มือโปรยังต้องซูฮก

เส้นผม ถือว่าเป็นชีวิตของคุณสาวๆ โดยเพาะคุณสาวๆ ที่รักในความสวย ความงามมากเป็นพิเศา ก็ย่อมต้องให้ความสำคัญกับ การบำรุงผม มากขึ้นตามไปด้วยเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เคีเวิร์ดยอดฮิตอย่าง การบำรุงผม จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ถ้าหากใครกำลังมองหาคล็ดลับ การบำรุงผม ดีๆ อยู่ล่ะก็ บทความนี้ มีคำตอบให้คุณผู้อ่านครับ

1.เริ่มต้นจากอาหาร

อาหาร เป็น การบำรุงผม แบบพื้นฐานที่ดีที่สุด โดยเฉพาะบรรดาอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เช่น ปลา ฟักทอง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และธัญพืช สิ่งเหล่านี้ เพียงแค่เพิ่มเติมอาหารเหล่านี้เข้าไปในมื้ออาหารในปริมาณที่เหมาะสม ให้ธาตุเหล็กเพียงพอในปริมาณ 12 มิลลิกรัม ต่อวัน พร้อมกับเพิ่มเติมด้วยโปรตีนที่มีประโยชน์ จากชีส และโยเกิร์ต เพียงเท่านี้ เส้นผมของคุณก็จะได้รับ การบำรุงผม อย่างเหมาะสมแล้วครับ

zzz828

2.หวีผมเปียกด้วยความระมัดระวัง

เพราะในขณะที่ผมเปียกชื้นนั้น พวกมันเปราะบาง และมีแนวโน้มที่แตกง่ายๆ นอกจากนี้ ขอแนะนำให้ใช้หวีขนาดกว้าง เพื่อให้สามารถทำการหวีตั้งแต่รากผม ไปจนถึงปลายผมได้อย่างอ่อนโยน

3.ตัดเล็มเส้นผมที่เสียออกไปทุกๆ 2-3 สัปดาห์

ด้วยการพยายามเล็มเอาเส้นผมที่แตกปลาย กลายเป็นสีน้ำตาล และหยาบ ออกไปประมาณ ¼ นิ้ว ของเส้นผม ทุก 2-3 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผมแตกปลายขึ้นมาอีก

4.พยายามอย่าล้างเส้นผมทึกวัน

การล้างเส้นผมเป็นประจำทุกวัน ไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก เพราะเป็นการชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติออกไปจากเส้นผมมากจนเกินไป และแนะนำให้ลองใช้แชมพู ครีมนวดผม ที่เป็นยี่ห้องเดียวกัน เพื่อช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น

zzz827

5.ล้างเส้นผมด้วยน้ำเย็น

เป็น การบำรุงผม ที่ช่วยทำให้ผมมีความแข้งแรง และเงางามมากยิ่งขึ้น

6.ลองเลือกใช้แชมพที่ปราศจากซัลเฟต

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เริ่มมีการให้ความสำคัญในเรื่องของซัลเฟต ที่เป็นส่วนประกอบของแชมพู ถึงแม้เจ้าสารชนิดนี้ จะมีคุณสมบัติสุดเจ๋ง ในการช่วยทำความสะอาดหนังศรีษะ และเส้นผม  แต่นักวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า มันยังทำการขจัดน้ำมันส่วนเกินออกไปจากเส้นผมมากจนเกินความจำเป็น นอกจากนี้ มันยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เมื่อแชมพูไหลเข้าตา แล้วเกิดอาการระคายเคือง ถ้าหากคุณพบว่าเส้นผมของตัวเองแห้งจนผิดปกติ ขอแนะนำให้ลองเลือกใช้แชมพู ที่ปราศจากสารประเภทนี้ดู

เห็นไหมล่ะครับว่า การบำรุงผม ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินความสามารถของคุณแต่อย่าใด ขอเพียงมีแค่วินัยสักนิด ใส่ใจในรายละอียดสักหน่อย เพียงเท่านี้ การมีเส้นผมที่นุ่มสลวย สวยงาม ก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินเอื้อม อย่างแน่นอน

เคล็ดลับพิชิต ผมแตกปลาย แบบไม่เสียงินสักบาท

เคล็ดลับพิชิต ผมแตกปลาย แบบไม่เสียงินสักบาท

สำหรับคุณสาวๆแล้ว ปัญหา ผมแตกปลาย แลดูเป็นปัญหาโลกแตก ที่ทำให้หลายๆคนอยากกรี๊ด ออกมาดังๆ แต่ก่อนที่จะรู้สึกหมดหวัง กับปัญหานี้ ลองมาพยายามสัก เฮือก เพื่อช่วยดูแลเส้นผมของคุณให้แลดูมีสุขภาพที่ดี มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เอาล่ะ .. เรามาดูกันดีกว่าว่าปัญหา ผมแตกปลาย สามารถแก้ไขได้อย่างไรกันบ้าง

1.อย่าสระผมบ่อยๆ

การสระผมที่ถูกต้องเหมาะสม คือ ทุกๆ 2-3 วัน เพื่อให้การชำระล้างเส้นผม นำน้ำมันส่วนเกิน และคราบสกปกรกต่างๆ ออกไปอย่างเหมาะสม อย่าพยายามสระผมบ่อยจนเกินไป เพราะนั่นจะทำให้น้ำมันที่เคลือบเส้นผมตามธรรมชาติ ถูกทำลายให้หายไปมากจนเกินความจำเป็น

zzz818

2.ทำครีมนวดผมด้วยตัวเอง

เส้นผมของคุณต้องการโปรตีน ในการช่วยบำรุงดูแลรักษา ผมแตกปลาย ดังนั้น การทำครีมนวดผม ที่ช่วยตอบสนองความต้องการนี้ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ลองสูตรง่ายๆ ดังต่อไปนี้ เพียงแค่นำครีมเปล่าผสมไข่ขาว และโยเกิร์ต นำมาถูลงบนหนังศรีษะ เส้นผมให้ทั่ว ทิ้งอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วทำการล้างออกให้สะอาด เพียงเท่านี้ การดูแลเส้นผมให้ห่างไกลจากปัญหา ผมแตกปลาย ก็เสร็จสมบูรณ์แล้วครับ

3.น้ำมะนาว

หลังจากที่ทำการสระผม ล้างเส้นผม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลองนำน้ำมะนาวมาชุบที่ผ้าขนหนูให้หมาดๆ แล้วนำมาเช็ดก่อนจัดแต่งทรงผมของคุณ เพียงเท่านี้ ก็สามารถช่วยเสริมความแข็งแรง และเงางามให้กับเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วครับ

4.ป้องกันเส้นผมจากสระว่ายน้ำ

หลายคนอาจไม่ทราบว่า สระว่ายน้ำ เป็นแหล่งอันตรายที่ทำลายเส้นผมได้อย่างมาก เพราะในนั้น เต็มไปด้วยสารเคมีที่รุนแรงดังนั้น  ก่อนเข้านอน ขออแนะนำให้ใช้ครีมนวดผมเล็กน้อย เพื่อเป็นการช่วยป้องกันความเสียหายต่อเส้นผม ที่เกิดขึ้นจากการว่ายน้ำในสระ

zzz817

5.หลีกเลี่ยงการผูกผม

เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหา ผมแตกปลาย เกิดขึ้น ขอแนะนำให้พยายามหลีกเลี่ยงการจะดทรง หรือการผูกเส้นผมที่แน่นจนเกินไป เพราะสิ่งเหล่านั้น จะทำให้เส้นผมของคุณ เกิดความเปราะบางมากขึ้นโดยไม่จำเป็น

6.ปกป้องเส้นผมจากดวงอาทิตย์

ดวงอาทิตย์ เป็นศัตรูสำคัญของเส้นผม และมักทำให้เกิดปัญหา ผมแตกปลาย ขึ้น ถ้าให้ดี ขอแนะนำให้สวมหมวก เพื่อปกป้องเส้นผม ถ้าหากจำเป็นจะออกไปข้างนอกบ้านในช่วงกลางวัน แล้วทำการดูแล เพื่อนดูแลสุขภาพของเส้นผม ด้วยการใช้ น้ำผึ้งครึ่งถ้วย ผสมเข้ากับน้ำมันมะกอก 1-2 ช้อนโต๊ะ และไข่แดง แล้วนำมาชโลมให้ทั่วเส้นผม ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วย้ำอุ่น เพพียงเท่านี้ เส้นผมของคุณก็จะได้รับการเติมโปรตีนเข้าไปในปริมาณทีเหมาะสมแล้ว

เพียงแค่ทำตามขั้นตอนแนะนำ ในข้างต้น เป็นประจำอย่างเหมาะสม เพียงเท่านี้ปัญหา ผมแตกปลาย กวนใจ ก็จะไม่กลับมาให้คุณเห็นอีกอย่างแน่นอนครับ

พิชิต ผมแห้ง แบบง่ายๆ ด้วยของใกล้ตัว

พิชิต ผมแห้ง แบบง่ายๆ ด้วยของใกล้ตัว

ผมแห้ง เป็นหนึ่งปัญหาที่สามารถพบกันได้บ่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศไทยของเราที่เป็นเมืองร้อน จนทำมีโอกาสท่ะเกิดปัญหา ผมแห้ง นี้ ขึ้นได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากใครกำลังประสบกับปัญหาผมแห้ง และกำลังมองหาวิธีการจัดการบำรุง ให้เส้นผมกลับมานุ่มชุ่มชื้น สวยงาม เหมือนกับในวันวานล่ะก็ บทความชิ้นนี้ สามารถช่วยคูรได้อย่างแน่นอนครับ

1.ไข่แดง+น้ำเปล่า

ไข่แดง เป็นหนึ่งในวิธีการรักษา ผมแห้ง ที่สุดแสนจะยอดเยี่ยม ด้วยการเพิ่มวามชุ่มชื้นอให้กับเส้นผมให้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมส่วนสูตรการบำรุงเส้นผมนี้ก็สุดแสนง่ายดาย คุณต้องการเพียงไข่แดง สองฟง ที่ถูกแยกออกจากไข่ขาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำมาผสมเข้ากับน้ำเปล่าสามช้อนโต๊ะ จากนั้นทำการตีเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาทาให้ทั่วเส้นผม ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วทำการล้างออกด้วยน้ำเย็น เพียงเท่านี้ เส้นผมของคุณก็จะเปล่งประกายอย่างสวยงามมากยิ่งขึ้นแล้ว

zzz808

2.น้ำผึ้ง+น้ำมันพืช

เพียงผสมน้ำผึ้งประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ เข้ากับน้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากกนั้นนำมาชโลมให้ทั่วเส้นผม ก่อเอาไว้ด้วยหมวกอาบน้ำพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที แล้วทำการสระออกด้วยด้วยแชมพู ด้วยคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของน้ำผึ้ง จะสามารถช่วยให้เส้นผมของคุณมีความนุ่ม เรียบเนียน มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

3.น้ำนมข้าว+น้ำผึ้ง

ถ้าหากเส้นผมของคุณ ผมแห้ง หมองคล้ำ สูตรนี้ สามารถช่วยขจัดปัญหากวนใจของคุณได้เป็นอย่างดี ด้วยการคืนความเงางาม และบำรุงเส้นผม ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เพียงแค่นำน้ำนมข่สว 1 ถ้วย ผสมเข้ากับน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำไปทาลงบนเส้นผมให้ทั่ว ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก เพียงเท่านี้ จาก ผมแห้ง ที่เคยหมองคล้ำ ก็จะมีการเปล่งประกายมากยิ่งขึ้น ในเวลาเพียงไม่กี่นาที นอกจากนี้ เส้นผมของคุณก็จะมีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

zzz810

ขั้นตอนในข้างต้น ขอเพียงแค่ทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่า ปัญหา ผมแห้ง จะกลายเป็นเพียงอดีต ที่ไม่กลับมากวนใจของคุณอีกอย่างแน่นอน เอาล่ะ อย่ามัวช้าอยู่เลย ใครชอบสูตรแก้ ผมแห้ง ชิ้นไหน ก็หยิบไปลองทำได้เลย โดยไม่มีลิขสิทธิ์แต่อย่างใดครับ

วิธีกำจัด ผมเสีย ตั้งแต่เนิ่นๆ แบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง

วิธีกำจัด ผมเสีย ตั้งแต่เนิ่นๆ แบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง

ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้ปัญหา ผมเสีย เกิดขึ้นมากับตัวเอง แต่ถ้าหากมันเกิดขึ้นมาแล้ว การดูแล แก้ไข อย่างเหมาะสมเสียตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเป็นการตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างมากเช่นกัน เพื่อไม่ให้ ผมเสีย ลุกลามไป จนเกินการควบคุมนั่นเอง สำหรับขั้นตอนการรับมือกับปัญหา ผมเสีย ที่น่าสนใจแบบสุดๆ จะมีอะไรกันบ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้ กันได้เลยครับ

1.ตรวจสอบสภาพเส้นผม

ผมของคุณแห้ง หมองค้ำ แตกปลาย หรือมีสภาพของหนังศรีษะที่แปลกไปจากเดิมมากหรือเปล่า? ถึงจะมีอาการในข้างต้นตามที่กล่าวมาบ้าง มันก็ยังไม่ใช่เรื่องที่สายเกินไป ในการเริ่มต้นจัดการกับปัญหา ผมเสีย ของตัวเอง สำหรับเทคนิคเริ่มแรกในการเยียวยาปัญหาเหล่านี้ คือ การเปลี่ยนไปใช้แชมพูที่อ่อนโยน ลดการเป่าผม และการใช้ผลิตภัณฑ์ปรับแต่งทรงผม เพียงเท่านี้ ผมเสีย ของคุณก็จะได้รับการดูแลรักษาในระยะยาวแล้ว

zzz800

2.ตัดเส้นผมที่เสียหายทิ้งไป

การตัด ผมเสีย บางส่วนทิ้งไป แล้วทำการบำรุง เพื่อให้เส้นผมใหม่ที่ขึ้นมามีความแข้งแรงมากยิ่งขึ้น เป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ดีในการจัดการกับปัญหา ผม้เสีย แต่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องตัดเส้นผมออกจนสั้นสุดๆ คุณสามารถตัดบางส่วนทิ้งไปแล้วรวบบางส่วนไว้เป็นผมหางหมา หรือผมบ๊อบได้ เช่นกัน

3.หลีกเลี่ยงการใช้ที่รีด และไดรฟ์เป่าผม

สิ่งเหล่านี้ มักเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เส้นผมเกิดความเสียาย จนกระทั่งนำไปสู่การเกิดปัญหา ผมเสีย ข้นมาในที่สุด ขอแนะนำว่าหลังจากที่ทำการสระผมเสร็จแล้ว ให้ใช้การเช็ดผมให้แห้ง ตามธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ดีกว่าการใช้ไครฟ์เป่าผม และที่รีดผม แต่ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องใช้จริงๆ ควรเลือกใช้ในอุณภูมิที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ และควรใช้ครีมเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ให้กับเส้นผมด้วย เพื่อช่วยบำรุงเส้นผม จากการถูกทำลายจากความร้อนของอุปกรณ์เหล่านี้

zzz699

4.อย่าย้อมสีผมอย่างไม่จำเป็น

สารเคมี ที่ผสมอยู่ในน้ำยาย้อมผม เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้มักเกิดปัญหา ผมเสีย ขึ้น มาได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากคุณต้องการที่จะทำการย้อมผมจริงๆ ขอแนะนำว่าให้ลองพูดคุยกับช่างย้อมสีผมของคุณ แล้วมองหาน้ำยาย้อมผมที่มีความอ่อนโยนกับเส้นผมให้มากที่สุด ปราศจากสารเคมี ที่เป็นอันตรายต่อเส้นผม อาทิเช่น สูตรปราศจากแอมโมเนีย เป็นต้น นอกจากนี้ คุณควรทำการบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพที่ดี ด้วยสารบำรุง และเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมให้มากกว่าปกติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ผมเสีย จากการย้อมผมขึ้นในภายหลัง

ขอเพียงแค่ปฎิบัติตามขั้นตอน วิธีการรับมือกับ ผเมสีย อย่างเหมาะสม ตามที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนต้นเหล่านี้ รับรองว่า ปัญหานี้ จะไม่กลับมากวนใจ คุณผู้อ่านอีกอย่างแน่นอนครับ